ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ด้วยชาวบ้านดงบังมีผู้นำซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่มีความสามารถ ในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาปรับใช้ในการทำการเกษตรแบบผสมผสาน โดยอาศัยหลักการพึ่งตนเอง และพึ่งพากันเอง จนได้รับการยกย่องเป็นปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสาน ที่ได้ทำการเกษตรแบบพอเพียง จนสามารถพึ่งตนเองได้ และเป็นตัวอย่างให้แก่ประชาชนในหมู่บ้านและพี่น้องประชาชนที่สนใจทั่วๆไป และเป็นแหล่งศึกษาดูงานจากหน่วยงานต่างที่สนใจอีกมากมาย

วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตของชุมชน

วิถีการดำเนินชีวิตของประชากรในบ้านดงบังส่วนมาก จะอาศัยการเกษตรเป็นหลัก ถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมจะอยู่บริเวณที่สูงและแห้งแล้งก็ตาม ชาวบ้านดงบังยังยึคอาชีพการเกษตรเป็นหลักใหญ่และมีประชากร ประมาณ 70 % ที่ทำการเกษตรแบบพอเพียง และมีประชากร 63 ครอบครัวที่มาทำเกษตรแบบพอเพียงในที่สาธารณะของ หมู่บ้าน โดยชาวบ้านแบ่งพื้นที่ 15 ไร่ ให้ผู้สนใจมาทำการ เกษตรแบบพอเพียงเพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว

ชาวบ้านดงบังยังมีความเคารพนับถือและปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้านของชาวอีสาน

ระบบสังคมและชุมชน

ชาวบ้านดงบังมีความเป็นอยู่แบบพี่แบบน้อง เพราะส่วนมากประชากร

ในหมู่บ้านจะเป็นเครือญาติเดียวกัน ความเป็นอยู่ก็พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีการแลกเปลี่ยนสิ่งของผลผลิตทางการเกษตรซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องซื้อขาย ความเป็นอยู่ของชุมชนจึงอยู่แบบเรียบง่าย

การประกอบอาชีพและรายได้

ประกอบอาชีพทำนา 114 ครัวเรือน เสร็จจากฤดูทำนาก็หันมารวมกลุ่มกันทำเกษตรพอเพียง ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมแปลงเกษตรวิสาหกิจชุมชนครบวงจร จำนวน 63 ครัวเรือน มีรายได้เข้าหมู่บ้านประมาณ เดือนละ 94,500 บาท โดยทำเกษตรปลอดสารพิษ กลุ่มทอผ้าฝ้าย มีสมาชิก 30 ครัวเรือน มีรายได้เข้าหมู่บ้านประมาณ ปีละ 40,000 บาท และมีการรวมกลุ่มอาชีพอื่น ๆ อีก เช่น อาชีพการเลี้ยงโค -กระบือ , อาชีพผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ,อาชีพซ่องเครื่องจักรกลทางการเกษตร ,อาชีพการค้าข้าวเปลือก

การบริหารจัดการชุมชน

มีการบริหารจัดการในรูปแบบ กลุ่ม องค์กร แต่ละกลุ่มจะมีการแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ หากสมาชิกรายใด ไม่สามารถทำด้วยตนเองได้ จะให้รวมกลุ่มกันทำ รวมกลุ่มกันขาย อาชีพอะไรพอทำได้ในระดับครอบครัว เช่น การทำเกษตร ประณีต 1 ไร่ แก้ไขความยากจน ก็จะให้ทำเป็นรายครอบครัว

แต่ละกลุ่ม องค์กร จะมีคณะทำงาน ซึ่งประมาณด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก ฝ่ายตรวจสอบ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และฝ่ายประเมินผล ซึ่งแต่ละองค์กรจะหาแหล่งทุนมาสนับสนุน เช่น กลุ่มกองทุนทางปัญญา จะได้แหล่งทุนจาก สำนักงานพัฒนาชุมชนภาคเอกชน (พอช.) ,กลุ่มเกษตรกรต้นแบบ จะได้แหล่งทุนจากสำนักงานสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ,กลุ่มเกษตรวิสาหกิจการเกษตรชุมชนครบวงจร จะได้แหล่งทุนจากภาคราชการ เช่น งบประมาณจากผู้ว่า ฯ CEO , เกษตรตำบล - อำเภอ - จังหวัด ,หน่วยงานทหารพัฒนาเคลื่อนที่ ที่ 12 ,กรมประมงและกรมพัฒนาที่ดิน เป็นต้น

การบริหารจัดการจะให้แต่ละกลุ่มแต่ละองค์กร มีการบริหารจัดการด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ ทำงานอย่างต่อเนื่องทุกกลุ่ม ทุกองค์กร ทำแบบพหุภาคีแบบเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน อย่างเป็นระบบ

 

 

 

 

 

 

 







 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สายสุพรรณ