[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 

 

  

บทความวิชาการ
การพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

ศุกร์ ที่ 27 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2554

คะแนน vote : 88  

การพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

อำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น

 

คำนึง  อุยตระกูล*   อาจารย์  ดร.โกวัฒน์  เทศบุตร**

 

บทคัดย่อ

 

                  การพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  เป็นกระบวนการหนึ่ง  ที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุน และปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้  เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น  การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  จึงมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  ที่มีประสิทธิภาพ  ตามกระบวนการนิเทศภายใน  5  ด้าน  คือ  การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา และความต้องการ  การวางแผนและกำหนดทางเลือกในการนิเทศติดตาม  การสร้างเครื่องมือและพัฒนาวิธีการ  การปฏิบัติการนิเทศติดตาม  การประเมินผลและรายงานผลการนิเทศติดตาม  ตามกระบวนการพัฒนาระบบ (Systems Development Life Cycle : SDLC)  

5 ขั้นตอน ได้แก่  การศึกษาระบบ  การวิเคราะห์ระบบ  การออกแบบระบบ  การนำระบบไปใช้  และการดูแลรักษาและทบทวนระบบ  วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้าใช้หลักการวิจัยปฏิบัติการ  (Action  Research  Principle)  โดยดำเนินการเป็น  2  วงรอบ   แต่ละวงรอบประกอบด้วย  การวางแผน  การปฏิบัติ  การสังเกต  และการสะท้อนผล  กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า จำนวน  14  คน จำแนกเป็นกลุ่มผู้ให้การนิเทศ  จำนวน  5  คน  และกลุ่มผู้รับการนิเทศ  จำนวน  9  คน  กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม  จำนวน  3  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  ได้แก่  แบบสัมภาษณ์  แบบบันทึกการประชุม  แบบสังเกต  และแบบประเมิน  กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนา  คือ การประชุมกลุ่มย่อย  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  การกำกับ ติดตาม  การตรวจสอบข้อมูลใช้เทคนิคการตรวจสอบแบบหลายมิติ  และนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าเชิงพรรณนา

                   ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า  การพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  ในวงรอบที่  1  โดยใช้กลยุทธ์การประชุมกลุ่มย่อย 

การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการกำกับติดตาม  ทำให้กลุ่มผู้ให้การนิเทศ มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำความรู้ความเข้าใจ มากำหนดขั้นตอน และวิธีการปฏิบัติงานในคู่มือการนิเทศภายใน  เมื่อกลุ่มผู้ให้

การนิเทศนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงาน ในคู่มือการนิเทศภายในไปใช้  ทำให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้ปรับปรุงเกี่ยวกับวิธีการสอน  เทคนิคกระบวนการสอน  ทำให้ได้รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียน

 

      *            นิสิตหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

       **        อาจารย์ประจำหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

การสอน  มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงาน  และมีความพึงพอใจในการนิเทศภายใน  แต่ยังมีผู้ให้การนิเทศ ที่ยังไม่สามารถนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานในคู่มือการนิเทศภายใน ไปใช้ได้อย่างต่อเนื่อง 

จึงดำเนินการพัฒนาต่อในวงรอบที่  2  โดยใช้กลยุทธ์การกำกับติดตาม  มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการปฏิบัติการนิเทศภายใน  และผู้ให้การนิเทศสามารถนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานในคู่มือการนิเทศภายใน ไปใช้ได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

                   โดยสรุป  การพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  โดยใช้กลยุทธ์การประชุมกลุ่มย่อย  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการกำกับติดตาม  ช่วยให้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน  ทำให้ครูเกิดความมั่นใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  มีการปรับปรุงพฤติกรรมการสอน  และพัฒนาวิธีการสอนที่หลากหลาย  ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น  ส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบการนิเทศภายในศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  ไปในแนวทางที่พึงประสงค์ 

 

คำสำคัญ         ระบบ  การนิเทศภายใน

 

บทนำ

                   พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ..  2542  มาตรา  6  (กระทรวงศึกษาธิการ.    2542  :  5-16)  ระบุไว้ว่า  การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจ  สติปัญญา  ความรู้และคุณธรรม  มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต  สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข  และเพื่อให้ได้ผู้เรียนที่มีคุณสมบัติดังที่กล่าวมา  ครู  จึงต้องได้รับการพัฒนาตาม  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ..  2542  หมวด  4  แนวการจัดการศึกษามาตรา  30  กล่าวว่า  ให้สถานศึกษา  พัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ  รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับ  การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  เป็นหัวใจของการจัดการศึกษาโรงเรียนเป็นหน่วยงานโดยตรงที่มีหน้าที่จัดการศึกษา  จึงต้องคำนึงถึงเรื่องคุณภาพ  ซึ่งคุณภาพที่โรงเรียนต้องให้ความสำคัญ  คือ  คุณภาพผลผลิต  แต่การที่จะได้มาซึ่งผลผลิตที่ลูกค้าพอใจนั้น  จะต้องได้มาจากคุณภาพของกระบวนการ  (Process  Quality)  และคุณภาพของบุคลากร  (Human  Quality)  กระบวนการที่มีคุณภาพ  และคนที่มีคุณภาพเท่านั้น  จึงจะสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพได้ 

กระบวนการที่มีคุณภาพจะต้องเป็นกระบวนการที่ครบวงจร  คุณภาพของคน  ต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้ทำงานอย่างถูกต้อง  มีประสิทธิภาพ  รู้ถึงวิธีทำงานที่ถูกต้อง  และต้องพัฒนาคุณภาพของคนในลักษณะที่  สร้างบรรยากาศการรักการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในองค์กร  ซึ่งทำให้มีการปรับปรุงงาน  และพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเองมีมูลค่าเพิ่มในตัว  (สมศักดิ์  สินธุรเวชญ์.    2544  :  27)  สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา  (2549  :  73-75)  ได้ให้แนวทางการพัฒนาตนเองของผู้ประกอบวิชาชีพโดยการสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบสร้าง

และสั่งสมความรู้ไว้ว่า  เนื่องจากสภาพการปฏิบัติงานของครูในปัจจุบันไม่เอื้อให้ครูเกิดการพัฒนาความรู้ 

ความชำนาญในภาวะงานปกติ  เช่น  ครูมีภาระงานอื่นมากนอกเหนือจากงานสอน  อีกทั้งตัวครูเองไม่สนใจหรือไม่ได้รับการดูแลให้เกิดการพัฒนาตนเองให้เพียงพอ  ทำให้ขาดทักษะความรู้  ในการปฏิบัติงานสอน  ดังนั้น  จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงความคิด  วัฒนธรรมในการทำงานให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนางานตลอดเวลา  นั่นคือ  ต้องมีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานโดยยึดการเพิ่มพูนคุณประโยชน์ทั้งผู้ปฏิบัติงาน  ผู้รับบริการทุกระดับ  ต้องมีคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  มีการประเมินปรับปรุงเพื่อหาวิธีที่ดีกว่าเดิม  จนเป้าหมาย  วิธีการและการประเมินรวมเป็นเนื้อเดียวกันเกิดความคุ้มค่า  มีการพัฒนาอย่างมั่นคงยืนยาวขององค์การผลงานเป็นที่ชื่นชมจนเป็นผลให้สังคมมีความก้าวหน้าเป็นหนึ่งเดียว

                   ด้วยภารกิจตามโครงสร้างของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ
ที่ต้องดำเนินการจัดทั้งการศึกษาพื้นฐานนอกระบบ  และการศึกษาตามอัธยาศัย  ซึ่งสภาพการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนของสถานศึกษา  มีลักษณะกระจายอยู่ทั่วตำบล/หมู่บ้าน
  หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน มีทั้งการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ซึ่งบางหลักสูตรมีการยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย  ในส่วนของบุคลากรผู้มีหน้าที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตร 

มีทั้งที่เป็นข้าราชการ  พนักงานราชการ  ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน  (ครู  ศรช.)  ครูประจำกลุ่ม  วิทยากรวิชาชีพ  เครือข่าย  ฯลฯ  ซึ่งมีประสบการณ์และพื้นฐานความรู้แตกต่างกัน  ในส่วนผู้เรียนของสถานศึกษา 

ก็มีความแตกต่างกันทั้งด้านคุณวุฒิ  วัยวุฒิ  ประสบการณ์  พื้นฐานการงานอาชีพ  และการจัดกิจกรรมตามภารกิจต่าง    ของสถานศึกษาต้องเป็นไปตามมาตรฐานและการประกันคุณภาพตาม  พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  2542 

                   ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น 

เป็นสถานศึกษาสังกัด  สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  กระทรวงศึกษาธิการ  มีหน้าที่จัดการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายที่พลาดโอกาสทางการศึกษา  ทั้งการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐาน  การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ  การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต  การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการศึกษานอกโรงเรียน หลักสูตรการศึกษาพื้นฐาน  ซึ่งจัดการศึกษา ทั้งในระดับประถมศึกษา  มัธยมศึกษาตอนต้น  และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ของสถานศึกษา  ยังมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ  และจากผลการประเมินคุณภาพภายนอก  ของสำนักงานประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  (สมศ.)  ในปี  พ.ศ.  2551   ผลการประเมินตามเกณฑ์พบว่าผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ตามหลักสูตรในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  อยู่ในระดับ  ต้องปรับปรุง 

                   จากการวิเคราะห์สถานศึกษา  จากสภาพแวดล้อม  (Swot  Analysis)  พบว่า  ครูผู้สอนส่วนมาก  ขาดทักษะที่ดีในการสอน  ไม่จัดทำแผนการสอน  การสอนและการประเมินผลยังยึดแบบเดิม    ครูมีงานต้องรับผิดชอบมาก  ขาดการวางแผนที่ดี  ขาดการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล  ไม่คำนึงถึงความต้องการและความแตกต่างของผู้เรียน  ขาดการใช้สื่อ  ขาดการผลิตสื่อ  และการไม่นำนวัตกรรมใหม่    มาใช้   ประกอบกับกลุ่มผู้เรียน  เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งมีภาระหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ  มีค่อยมีเวลาหรือให้ความสนใจในการเรียนเท่าที่ควร  และประการสำคัญ  คือ  สถานศึกษา ยังไม่ได้ดำเนินการนิเทศภายใน  ตามกระบวนการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง  ขาดสื่อและเครื่องมือในการนิเทศภายในสถานศึกษา  ครูผู้สอนไม่มีบทบาทในการเป็นผู้นิเทศ และมีส่วนร่วมในการนิเทศกันเองน้อย  เพราะขาดความเชื้อมั่น กลัวไม่เป็นที่ยอมรับจากเพื่อนครูด้วยกัน  กลัวจะเสียเวลาในการเรียนการสอน 

                   จากสภาพปัญหาสำคัญดังกล่าว  ผู้ศึกษาค้นคว้าในฐานะครู  ผู้ซึ่งทำหน้ารับผิดชอบ  งานนิเทศติดตามผลของสถานศึกษา  และมีหน้าที่ในการนิเทศ  ติดตาม  ให้คำแนะนำตรวจสอบ  การจัดกิจกรรมการศึกษา  ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายการจัดการศึกษาที่วางไว้  ได้ตระหนักเห็นความสำคัญและความจำเป็นอย่างยิ่ง  ที่จะต้องพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะด้านการจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรการศึกษาพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับผู้เรียน และทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น  ด้วยการนำยุทธศาสตร์การพัฒนาโดยใช้หลักการวิจัยปฏิบัติการ  มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  ให้มีประสิทธิภาพ  เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  อันจะส่งผลถึงคุณภาพของผู้เรียนผู้รับบริการต่อไป

 

ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า

                   เพื่อพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  ที่มีประสิทธิภาพ

 

วิธีการศึกษาค้นคว้า

                  การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  ผู้ศึกษาค้นคว้าใช้หลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการ  (Action  Research)  ตามแนวคิดของ  เคมมิส  และแม็กแท็กการ์ท  (Kemmis  and  McTaggart.    1988  :  11-15)  เพื่อพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  ที่มีประสิทธิภาพ  ตามกระบวนการนิเทศภายใน  5  ด้าน  คือ  การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา และความต้องการ  การวางแผนและกำหนดทางเลือกในการนิเทศติดตาม  การสร้างเครื่องมือและพัฒนาวิธีการ    การปฏิบัติการนิเทศติดตาม  การประเมินผลและรายงานผลการนิเทศติดตาม  โดยดำเนินการเป็น  2  วงรอบ   แต่ละวงรอบประกอบด้วย  การวางแผน  การปฏิบัติ  การสังเกต  และการสะท้อนผล  ตามกระบวนการพัฒนาระบบ (Systems Development Life Cycle : SDLC)   5 ขั้นตอน ได้แก่  การศึกษาระบบ  การวิเคราะห์ระบบ  การออกแบบระบบ  การนำระบบไปใช้  และการดูแลรักษาและทบทวนระบบ  โดยใช้กลยุทธ์การประชุมกลุ่มย่อย  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการกำกับติดตาม  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ

รวบรวมข้อมูล  ได้แก่  แบบสัมภาษณ์  แบบบันทึกการประชุม  แบบสังเกต  และแบบประเมิน 

การตรวจสอบข้อมูลใช้เทคนิคการตรวจสอบแบบหลายมิติ  และนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าเชิงพรรณนา

 

ผลการศึกษาค้นคว้า

                   การพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น
 ตามกระบวนการนิเทศภายใน  5  ด้าน  คือ  การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา และความต้องการ  การวางแผนและกำหนดทางเลือกในการนิเทศติดตาม  การสร้างเครื่องมือและพัฒนาวิธีการ  การปฏิบัติการนิเทศติดตาม  การประเมินผลและรายงานผลการนิเทศติดตาม 

ตามกระบวนการพัฒนาระบบ  (Systems Development Life Cycle  :  SDLC)  5  ขั้นตอน  ได้แก่  การศึกษาระบบ  การวิเคราะห์ระบบ  การออกแบบระบบ  การนำระบบไปใช้  และการดูแลรักษาและทบทวนระบบ  สรุปผลการศึกษาค้นคว้าดังนี้

                         ผลการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน  ในวงรอบที่  1  เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

                                1.  กระบวนการพัฒนาระบบนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  ผู้ศึกษาค้นคว้าสามารถสรุปผลการศึกษา
ได้จากการประชุมกลุ่มย่อย  เกี่ยวกับสภาพปัจจุบัน
  ปัญหา  และความต้องการด้านการนิเทศภายใน

พบว่า สภาพที่เป็นจริงมีระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา แต่ผู้ให้การนิเทศแก้ปัญหา ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับการนิเทศ ขาดการใช้สื่อและเครื่องมือ ดังนั้นในที่ประชุมจึงเห็นพร้อมกันในการพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา  จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้กลุ่มผู้ให้การนิเทศ มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำความรู้ความเข้าใจ มากำหนดขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานตามคู่มือระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เมื่อกลุ่มผู้ให้การนิเทศนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานคู่มือระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ไปใช้ พบว่า กลุ่มผู้ให้การนิเทศ สามารถนำขั้นตอนและวิธีการ ปฏิบัติงานในคู่มือการนิเทศภายใน ไปใช้ได้อย่างถูกต้อง และ  ปรากฏว่า

                                      1.1  การสังเกตการสอนส่วนใหญ่  ครูมีการเตรียมการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มีสื่อการเรียนการสอน ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้   มีเทคนิควิธีการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอยู่ในระดับดี  บรรยากาศในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมีความเป็นธรรมชาติ  นักศึกษามีส่วนร่วมมากขึ้น  มีการผลิตสื่อและใช้สื่อการเรียนการสอนเหมาะสมกับกิจกรรม  มีแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  มีเทคนิคการสอนหลายๆ  วิธี  มีการประเมินผลเน้นสภาพจริงสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตร   หลังจากได้มีการสังเกตการสอนและสะท้อนผลการปฏิบัติงานให้เห็น  กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้ทราบข้อดี  ข้อบกพร่องที่ต้องการปรับปรุงแก้ไขแล้วทำให้เป็นแนวการปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอนที่ดีขึ้น

                                      1.2  ด้านการเขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ส่วนใหญ่มีการวิเคราะห์สาระการเรียนรู้มีความคิดรวบยอดของเนื้อหา  มีการกำหนดจุดประสงค์  ครอบคลุมพฤติกรรม  เนื้อหาเหมาะสมกับความพร้อม  ของผู้เรียน  มีกิจกรรมที่หลากหลาย  สื่อการเรียนการสอนเหมาะสมกับเนื้อหา  ความสนใจ  และความสามารถของผู้เรียน  มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอน ใช้การสอนแบบบูรณาการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการประเมินเป็นรายบุคคล  หลังจากได้มีการสะท้อนผลการปฏิบัติงานให้กับกลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้ทราบข้อดี  ข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข  ผู้รับการนิเทศมีการปรับปรุงแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะ  และทำเสร็จล่วงหน้าทันตามกำหนดเวลา 

                                2.  ผลการพัฒนาระบบนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  แบ่งเป็น  2  ส่วนดังนี้

                                      2.1  การพัฒนาการสังเกตการสอน  ปรากฏว่า  ทำให้ผู้รับการนิเทศมีเทคนิคกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมากขึ้น  เพราะผู้นิเทศ ได้เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ได้เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมใหม่ๆ  ซึ่งการสังเกตการสอนกล่าวทำให้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น  และมีกิจกรรมรวมทั้งแผนการสอนที่ต่อเนื่องในอนาคตได้เป็นอย่างดี

                                      2.2  ผลการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ปรากฏว่า  ผู้ที่ได้รับการนิเทศมีความมั่นใจในแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น  เพราะได้ผ่านกระบวนการจากการตรวจจากผู้นิเทศ  และได้รับข้อเนอแนะที่เป็นประโยชน์จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ทั้งได้รับความคิดเห็นในการจัดทำแผนการสอนที่ต่อเนื่องในอนาคต 

                         ผลการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน  ในวงรอบที่  2  โดยใช้การสังเกตการสอนเป็นกิจกรรมที่ผู้ศึกษาค้นคว้านำมาใช้พัฒนาระบบ  ระบบการนิเทศภายใน  ในวงรอบที่  2  โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการปฏิบัติการนิเทศภายในให้กับครูผู้สอนและในกิจกรรมนี้  ทำให้ผู้ศึกษาค้นคว้ามองเห็นปัญหาในการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน  ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ายังไม่เข้าใจระบบการนิเทศภายในซึ่งการสังเกตการสอนสามารถช่วยให้การพัฒนาระบบการนิเทศภายในผลการศึกษาในกิจกรรมนี้ทำให้กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าสามารถใช้ระบบการนิเทศภายในได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

                                สรุปผลการพัฒนาระบบการนิเทศภายในวงรอบที่  2  พบว่า  จากการนำปัญหาต่าง    ในการดำเนินการพัฒนาระบบการนิเทศภายในในวงรอบที่  1  มาพัฒนา  ปรับปรุง  แก้ไข  โดยใช้เทคนิค  การสังเกตการสอน  สามารถช่วยให้การพัฒนาระบบการนิเทศภายในในวงรอบที่  2  มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ทำให้ครูมีการพัฒนาและปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอนมากขึ้น  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ  ในการเรียนการสอน  เกิดความไว้วางใจผู้ให้การนิเทศ  มีข้อมูลการนิเทศที่ใช้เป็นข้อสนเทศในการพัฒนางานได้อย่างเป็นปัจจุบัน

                   การพัฒนาระบบนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  ในวงรอบที่  1  และวงรอบที่  2  ทำให้ได้ระบบการนิเทศภายในเป็นไปตามความต้องการ  มีความสมบูรณ์ตามกรอบเนื้อหา  ที่สำคัญคือกลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาระบบการนิเทศภายในมากยิ่งขึ้น

 

อภิปรายผล

                   การพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้าใช้หลักการวิจัยปฏิบัติการ  (Action  Research  Principle)  ตามแนวคิดของแคมมีส และ แม็กแท็กการ์ท  (Kammis  and  McTaggart.    1988  :  11-15) 

โดยดำเนินการเป็น  2  วงรอบ  แต่ละวงรอบประกอบด้วย  การวางแผน  การปฏิบัติ  การสังเกต  และการสะท้อนผล  โดยใช้กลยุทธ์การประชุมกลุ่มย่อย  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการกำกับติดตาม  ช่วยให้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน  เมื่อครบ  2  วงรอบแล้วทำให้ครูเกิดความมั่นใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  การปรับปรุงพฤติกรรมการสอน  และพัฒนาวิธีการสอนที่หลากหลาย  ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น  ส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบการนิเทศภายในศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  ไปในแนวทางที่พึงประสงค์  ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของเบญจวรรณ  แพงมา  (2553  :  10-105)  พบว่าการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน  โดยใช้กลยุทธ์การประชุมปฏิบัติการ  และการนิเทศภายใน  ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานของบุคลากรในองค์กร  ครูผู้สอนสามารถนำความรู้และข้อเสนอแนะจากการนิเทศภายในของครูผู้นิเทศไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

สอดคล้องกับผลการศึกษาของวาริณี  วะลัยรัตน์  (2553  :  153-155)  พบว่าการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน  โดยใช้กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการดูแล  กำกับติดตาม  ทำให้กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความเข้าใจในระบบการนิเทศภายในเป็นอย่างดี  สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตามระบบ  มีความต่อเนื่องสม่ำเสมอ  และมีประสิทธิภาพ  สอดคล้องกับผลการศึกษาของอุดมลักษณ์  เลาห์ทวี  (2553  :  81-82)  พบว่าการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน  โดยใช้กลยุทธ์การประชุมปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมและสร้างสรรค์  AIC  การสังเกตการสอน  และการนิเทศภายใน  ทำให้กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนของระบบการนิเทศภายในรูปแบบใหม่ด้วยความชำนาญ  มีการปฏิบัติการนิเทศภายในได้ตามแผนการปฏิบัติงาน

และมีความต่อเนื่อง  เกิดทักษะในการใช้ระบบใหม่  ซึ่งทำให้ระบบการนิเทศภายในระบบใหม่ของโรงเรียนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ  และสอดคล้องกับผลการศึกษาของดรุณี  สุวรรณประทีป  (2553  :  132-133)  พบว่าการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน  โดยใช้กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการ  การนิเทศกำกับติดตาม

และประเมินผล  ทำให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในการนิเทศภายใน  ผู้บริหารและผู้มีหน้าที่นิเทศ 

มีความเข้าใจบทบาทการนิเทศภายในอย่างถูกต้อง  มีการประเมินผลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง  ครูได้รับการพัฒนาตนเองไปสู่ครูมืออาชีพและมีการนิเทศอย่างสม่ำเสมอ  การจัดการเรียนการสอน  ได้รับการพัฒนายิ่งขึ้น

                   จากการใช้กลยุทธ์การประชุมกลุ่มย่อย  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการกำกับติดตาม  ในการพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  ให้มีผลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นนั้น  นำมาอภิปรายผลได้ดังนี้

 

                         1.  จากการใช้กลยุทธ์การประชุมกลุ่มย่อย  เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญต่อการพัฒนาระบบนิเทศภายใน  ซึ่งผู้ศึกษาค้นคว้าได้ดำเนินการประชุมกลุ่มย่อย  ร่วมกับผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า ณ  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าแบ่งกลุ่มร่วมกันอภิปรายถึง  ระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา  ตามขอบเขตเนื้อหาในการนิเทศภายใน 

5  ด้าน  ประกอบด้วย  คือ  สภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ  การวางแผนและกำหนดทางเลือกในการนิเทศติดตาม  การสร้างเครื่องมือและพัฒนาวิธีการ  การปฏิบัติการนิเทศติดตาม  การประเมินผลและรายงานผลการนิเทศติดตาม  ซึ่งตัวแทนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานการอภิปรายระบบการนิเทศภายในเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้  และร่วมกันสรุปถึงระบบ  (Systems  Investigation)  การศึกษาระบบการนิเทศภายใน  5  ด้าน  เพื่อต้องการให้ทราบสภาพที่เป็นจริงของระบบการนิเทศภายในที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร  ถูกต้อง  สมบูรณ์  เป็นปัจจุบัน  และมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่  และมีปัญหาอะไรบ้าง  หลังการประชุมกลุ่มย่อย  ทำให้ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศมีความรู้ความเข้าใจ  เกี่ยวกับการนิเทศภายใน  5  ด้าน  ทำให้ระบบการนิเทศภายในบรรลุวัตถุประสงค์  ซึ่งสอดคล้องกับหลักการประชุมกลุ่มย่อยที่สมจิตร  เกิดปรางค์  (2545  :  27)  กล่าวว่าการประชุมกลุ่มย่อย เป็นวิธีการที่มีผู้ร่วมประชุม  ประมาณ  10  -  25  คน  มีความสนใจหรือมีปัญหาในการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกันศึกษาวิเคราะห์หาทางแก้ไขปัญหาหรือร่วมกันทดลองหาวิธีการปฏิบัติใหม่ๆ  เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถและทักษะในการปฏิบัติงาน  โดยผู้ดำเนินการต้องเตรียมการ  โครงการ  วิทยากร  ข้อมูลรวมทั้งสถานที่  วัสดุที่จำเป็นและสิ่งอำนวยความสะดวก  ไว้ให้พร้อมและผู้เข้าร่วมประชุมต้องมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

                         2.  จากการใช้กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการ  มีเป้าหมายเพื่อให้ได้ขั้นตอนวิธีการปฏิบัติงานภายในสถานศึกษาที่ถูกต้อง  สมบูรณ์  เป็นปัจจุบันตามความต้องการของผู้ใช้ระบบ  เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาระบบนิเทศภายในสถานศึกษา  ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ    ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  โดยมีวิทยากร  คือ  นางอัชราภรณ์  โค้วคชาภรณ์  ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ  หน่วยศึกษานิเทศก์  สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  กระทรวงศึกษาธิการ  และ นางมาลินี  สุนทรศร  ครูเชี่ยวชาญ  หัวหน้ากลุ่มงานนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา  สำนักงานการศึกษาระบบและการศึกษา

ตามอัธยาศัยจังหวัดขอนแก่น  ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา 

ตามกรอบเนื้อหาทั้ง  5  ด้าน  คือ  การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา  และความต้องการ  การวางแผนและกำหนดทางเลือกในการนิเทศติดตาม  การสร้างเครื่องมือและพัฒนาวิธีการ  การปฏิบัติการนิเทศติดตาม 

การประเมินผลและรายงานผลการนิเทศติดตาม  โดยวิทยากรและผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าร่วมกันอภิปรายให้สอดคล้องกับความต้องการผู้ใช้ระบบ  และบริบทของสถานศึกษา  แล้วจึงช่วยกันปรับปรุงเพิ่มเติม  ระบบการนิเทศภายในสถานศึกษาที่ออกแบบใหม่และขั้นตอนวิธีการปฏิบัติงานในคู่มือ  ให้มีความสมบูรณ์พร้อมที่จะนำไปปฏิบัติจริง  หลังการประชุมเชิงปฏิบัติการ  ส่งผลให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า  มีความรู้ความเข้าใจและสามารถออกแบบระบบการนิเทศภายในสถานศึกษาได้  ซึ่งสอดคล้องกับหลักการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการที่ชารี  มณีศรี  (2539  :  102)  กล่าวว่าการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการว่าเป็นการฝึกอบรมระหว่างการทำงานที่ดีที่สุดแบบหนึ่ง  เป็นวิธีการที่ผู้เข้าประชุมได้ลงมือปฏิบัติงานแก้ปัญหาด้วยกันเป็นกลุ่มแทนการนั่งฟัง  หรือการประชุมแบบอื่นๆ  ซึ่งผู้ประชุมฟังหรืออภิปรายปัญหาแต่ฝ่ายเดียว ผลของการประชุมปฏิบัติการจะได้ผลงานหรือคำตอบต่อปัญหา  และสมาชิกได้พัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาร่วมกัน  รูปแบบของการประชุมเชิงปฏิบัติการมีหลายชนิดและใช้เวลาต่างกัน  อาจจะเป็นเวลาชั่วระยะหนึ่ง  หรือจัดระยะยาวทั้งภาคเรียนหรือทั้งปีแล้วแต่ประเภทของปัญหาการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการที่ดี 

                         3.  จากการใช้กลยุทธ์การกำกับติดตาม  โดยให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า  ที่มีหน้าที่ในการนิเทศภายใน  นำระบบไปใช้ในการนิเทศการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  การศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบ  ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  โดยการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้  การสังเกตการสอนตามกระบวนการพบกลุ่ม  และการให้คำปรึกษาแนะนำผู้รับการนิเทศ  ตามตารางการพบกลุ่มของแต่ละศูนย์การเรียนชุมชน  ทุกสัปดาห์  แล้วกลุ่มผู้ร่วมศึกษาก็จะช่วยกันสรุป ถึงผลที่เกิดจากการใช้ระบบภายในแต่ละด้าน  เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนการใช้ระบบ  ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ประเมินผลการดำเนินงาน  จากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า  โดยการสัมภาษณ์  การบันทึกผลการกำกับติดตาม  การสอบถาม  ส่งผลให้กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจ  ในการปฏิบัติงานตามขั้นตอนวิธีการปฏิบัติตามคู่มือการนิเทศภายในสถานศึกษา  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่  ได้อย่างถูกต้อง  สมบูรณ์  เป็นปัจจุบัน  และจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้ระบบการนิเทศภายใน  ตามขั้นตอนการปฏิบัติที่ออกแบบไว้อย่างต่อเนื่องจึงจะเกิดผลดีต่อการนิเทศภายในสถานศึกษาต่อไป  ซึ่งสอดคล้องกับหลักการกำกับติดตาม  กำกับดูแลที่สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  (2539  :  78)  กล่าวไว้ว่าการกำกับติดตาม  กำกับดูแล  คือการจำกัด  หรือตีกรอบให้กระทำตาม  เนื่องจากผู้บริหารยังไม่ให้ความไว้วางใจผู้ปฏิบัติ  หรือยังไม่ยอมรับความสามารถของผู้ปฏิบัติ  แต่ในการบริหารงานผู้บริหารจะต้องมองด้วยความรู้สึกเป็นกลาง  กล่าวคือ  การกำกับติดตาม  กำกับดูแลเป็นการปฏิบัติงานเพื่อให้งานเป็นไปตามแผนและแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้ให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข้อเสนอแนะ

                   1.  ข้อเสนอแนะในการนำผลการศึกษาค้นคว้าไปใช้

                         1.1  ก่อนการพัฒนาควรสร้างเจตคติหรือความรู้สึกที่ดีต่อการนิเทศภายในให้กับครูผู้สอน

                         1.2  การจัดการประชุมปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาระบบการนิเทศภายในศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  ควรดำเนินการอย่างจริงจังและเชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์มาถ่ายทอดความรู้และเทคนิคต่าง 

                         1.3  จากการศึกษาค้นคว้าที่พบว่า ผู้ปฏิบัติการนิเทศมีเวลาในการสังเกตการสอนน้อย  และไม่มีความชำนาญเท่าที่ควร  ผู้บริหาร  ควรพิจารณาเอาใจใส่และพัฒนาผู้นิเทศเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น

                   2.  ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาค้นคว้าต่อไป

                         2.1  ควรศึกษาค้นคว้ากลยุทธ์อื่น    ที่จะนำมาพัฒนาระบบการนิเทศภายในศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 

                         2.2  การสร้างและใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล  ควรศึกษาให้เหมาะสมกับความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า

                         2.3  การพัฒนาระบบการนิเทศภายใน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง  ผู้บริหารศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  ควรมีความจริงจัง  จริงใจและดูแล  กำกับ  ติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

 

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ.    พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ..  2542.    กรุงเทพฯ  :  สำนักนโยบายและ                   แผนการศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  สำนักงานปลัดกระทรวง,  2542.

ชารี  มณีศรี.    การนิเทศการศึกษา.    พิมพ์ครั้งที่  3.    กรุงเทพฯ  :  บูรพาสาส์น,  2539.

ดรุณี  สุวรรณประทีป.    การพัฒนาระบบการนิเทศภายในโรงเรียนเทศบาลบ้านศรีฐาน  อำเภอเมือง 

                   จังหวัดขอนแก่น.    การศึกษาค้นคว้าอิสระ  กศ.ม.  มหาสารคาม  :  มหาวิทยาลัย

                   มหาสารคาม,  2553.

เบญจวรรณ  แพงมา.    การพัฒนาระบบการนิเทศภายในโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น  อำเภอเมือง  จังหวัด

                   ขอนแก่น.    การศึกษาค้นคว้าอิสระ  กศ.ม.  มหาสารคาม  :  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,  2553.

วาริณี  วะลัยรัตน์.    การพัฒนาระบบการนิเทศภายในโรงเรียนอนุบาลพรเจริญ  อำเภอพรเจริญ  จังหวัด

                   หนองคาย.    การศึกษาค้นคว้าอิสระ  กศ.ม.  มหาสารคาม  :  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,  2553.

สมจิตร  เกิดปรางค์.    การสัมมนา  =  Seminar.    กรุงเทพฯ  :  ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ,  2545.

สมศักดิ์  สินธุระเวชญ์.    กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน.    กรุงเทพฯ  :  วัฒนาพานิช,  2544.

สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ.    การนิเทศภายในโรงเรียนประถมศึกษาอย่างเป็นระบบ.   

                   กรุงเทพฯ  :  โรงพิมพ์คุรุสภา,  2539.

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.    ครูดีที่สื่อมวลชนยกย่อง  [จุลสาร].    กรุงเทพฯ  :  สำนักงานเลขาธิการ

                   คุรุสภา,  2549.

อุดมลักษณ์  เลาห์ทวี.    การพัฒนาระบบการนิเทศภายใน  โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง  สังกัดกองการศึกษา 

                   เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด  จังหวัดร้อยเอ็ด.    การศึกษาค้นคว้าอิสระ  กศ.ม.  มหาสารคาม  : 

                   มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,  2553.

Kemmis,  S.  and  R.  McTaggart.    The  Action  Research  Planner.    Victoria  :  Deakin  University 

                   Press,  1988.

 

 



เข้าชม : 9918


บทความวิชาการ 5 อันดับล่าสุด

      การพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 27 / พ.ค. / 2554


 
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  จังหวัดขอนแก่น
174 หมู่ 17 ถนนดรุณสำราญ ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น  โทรศัพท์ 0-4322-4973  โทรสาร  0-4322-5242 
E-Mail :
red_devils2521@hotmail.com, red.devils2521@gmail.com
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   สำนักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น   Version 2.05