[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 

 

ดินแดนมหัศจรรย์

                เขาพาวิญญาณผม ลอยแหวกฝูงชนไป (ก็คล้ายๆกับเดินนั่นแหละแต่เท้าไม่ติดดิน) สายตาทุกคู่มองมาที่ผม  แทบไปไหนไม่เป็นเดินไม่ออก แต่ผู้นำทางบอกเร่งว่า เร็วๆ เร็วๆ ตัวผมก็ลอยตามเขาไป

                สักครู่ก็มาถึงป่าแห่งหนึ่ง สภาพป่าไม่รกเหมือนที่ผ่านมา เป็นป่าที่โล่งเตียน มีต้นไม้ขึ้นพอสมควร ทางเดินกว้างขวางมาก สามารถเดินเป็นแถวหน้ากระดานได้ 4-5 คน ออกจากเมืองนั้นมาได้ รู้สึกปลอดโปร่ง บรรยากาศรอบๆตัวเรากลับเปลี่ยนเป็นสีทอง สลัวๆอีก ไม่ดำเทาเหมือนเมืองที่ผ่านมาซักครู่ ประมาณ 20 นาทีเห็นจะได้ จะมีกลุ่มควันสีเหลืองๆ คล้ายปุยเมฆลอยผ่านมาครั้งหนึ่ง วิญญาณผมได้สูดดมเข้าไปแล้ว รู้สึกหอมชื่นใจ มันเป็นกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของมันโดยเฉพาะ ไม่มีกลิ่นหอมของน้ำหอมชนิดใดเลย ในเมืองมนุษย์ที่จะหอมแบบนี้ เป็นกลิ่นหอมที่เป็นอมตะเหลือเกิน มองเห็นซุ้มประตูเข้าเมืองอยู่ไม่ไกลนัก และแลเห็นหลังคาบ้านเรือนเหลืองอร่าม คล้ายๆหลังคาโบสถ์หรือวิหารที่เราเห็นอยู่ตามวัด ถนนหนทางกว้างขวาง สะอาดเป็นระเบียบ ไม่มีผู้คนเดินพลุกพล่าน เหมือนเมืองที่ผ่านมา สองข้างทางมีบ้านเป็นหลังๆ หลังคาทรงไทยหน้าจั่วแหลมทรงสูง เหลืองอร่ามตระการตาไปหมด ไม่มีหลังเล็กหลังใหญ่ เท่ากันหมด กลุ่มหมอกควันสีทองคล้ายๆปุยเมฆลอยมาอีกแล้ว พร้อมกับกลิ่นหอมนั้นเหมือนเดิม วิญญาณของผมมองหาที่มาของกลิ่นหอมนั้น

                ที่ไหนอีกหละนี่ บ้านไหนเมืองไหน ทำไมมันแปลกๆ แบบนี้” วิญญาณของผมถามผู้นำทางโดยการส่งกระแสจิต เงียบไม่มีคำตอบใดๆ กลับมาเลย

                ข้ากระหายน้ำ และหิวข้าวเหลือเกิน” วิญญาณผมออดอ้อนเขาอีก แต่เงียบอีกเช่นเคย พลันก็เหลือบไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่ง รูปร่างสูงท้วม ร่างกายกำยำค่อนข้างอ้วน น้ำหนักประมาณ 75-80 กิโลกรัม ผิวคล้ำ หน้าตาท่าทางเอาจริงเอาจัง น่ายำเกรงมาก อายุประมาณ 50 ปีทั้งสองคน ผู้ชายแต่งตัวนุ่งผ้าโจงกระเบนสีทองอ่อนๆ มีลวดลายเป็นลายไทยเล็กๆ คาดเข็มขัดทำด้วยทองคำ ไม่สวมเสื้อแต่ที่ต้นแขนมีเครื่องประดับ เป็นทองคำสีเหลืองอร่าม คล้ายๆเครื่องรางของขลัง ที่มัดแขนนักมวยไทยเวลาชก ลำคอมีเครื่องประดับเป็นทองคำ คล้ายๆสายสร้อย หลายๆเส้นแต่ยาวลดหลั่นกันลงไปตามหน้าอก ที่ศีรษะมีมงกุฎทองคำสวมอยู่ มงกุฎยาวประมาณ 1 คืบ ส่วนผู้หญิงใส่โจงกระเบนเหมือนกัน สีทองออกไปทางแสด ไม่ใส่เสื้อแต่มีผ้ารัดรอบอกขวางไว้ สีแดงกว้างประมาณ 1 คืบ คาดเข็มขัดเป็นทองคำ ที่ต้นแขนทั้งสองข้างมีเครื่องประดับ คล้ายๆเป็นปลอกแขน ยาวประมาณ 4-5 นิ้ว ที่ลำคอมีเครื่องประดับคล้ายๆผู้ชาย แต่ใหญ่กว่า หูทั้งสองข้างมีต่างหูย้อยระย้าพองาม สวมมงกุฎเหมือนผู้ชาย แต่สีสุกใสกว่า ทั้งคู่กำลังช่วยกันรดน้ำต้นไม้ โดยใช้สายยางต่อกับก๊อกน้ำประปาเหมือนกับบ้านเรา กลุ่มหมอกควันสีเหลืองๆ คล้ายปุยเมฆลอยมาอีกพร้อมกลิ่นหอม คงจะเป็นกลิ่นหอมของดอกไม้ที่เขากำลังรดน้ำอยู่นี่กระมัง วิญญาณของผมคิด ดอกไม้สวยงามเต็มไปหมด ปลูกกันทุกบ้าน ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวนมาเป็นระยะๆ ดอกและใบตลอดลำต้น สีเหลืองแสดเหมือนดอกดาวกระจายในเมืองมนุษย์เรา กลีบดอกก็เหมือนกับกลีบดอกดาวกระจาย แต่มองเห็นไม่ชัด เพราะบรรยากาศมันปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันสีเหลืองคล้ายปุยเมฆเต็มไปหมด ทำให้บรรยากาศสลัวๆ ผู้คนเมืองนี้มองไม่ค่อยเห็นมีใครเลย ที่มองเห็นก็มีแต่สองคนนี้เท่านั้น นอกนั้นอยู่แต่ในบ้านกันหมด ไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมา ให้คนแปลกหน้าอย่างผมได้ถามเลย กระหายน้ำก็กระหาย เพราะเดินทางมาตั้งไกล จะไปขอน้ำเขาดื่มก็ไม่เห็นมีใครเลย จะไปหาซื้อก็ไม่มีวางขายหรือมีร้านขายของเลย เอาละเห็นเขารดน้ำต้นไม้อยู่พอดี จะขอเขาดื่มน้ำที่เขาใช้รดต้นไม้นี่แหละ ถึงแม้จะไม่สะอาดเท่าไร ก็ยังดีกว่าไม่มีน้ำดื่ม วิญญาณของผมจึงก้มคุกเข่าลงกับพื้น

                ผมขอน้ำดื่ม สักขันหน่อยครับ ผมเดินทางมาจากแดนไกล กระหายน้ำเหลือเกิน

                ขอน้ำผมสักขันบ้างเถอะครับ ผมคอแห้งจะตายอยู่แล้ว” เงียบ ไม่มีเสียงตอบใดๆเลย เขายังคงตั้งหน้าตั้งตา ใช้สายยางฉีดรดน้ำต้นไม้เฉย โดยไม่แยแสว่ามีใครมานั่งคุกเข่า ขอน้ำดื่มอยู่ตรงหน้า ผู้หญิงถือสายยางฉีดรดน้ำต้นไม้ ส่วนผู้ชายเด็ดก้านใบที่กำลังจะร่วงออก

                ขอน้ำดื่มสักขันบ้างเถิดครับ โปรดสงสารผมบ้างเถิดครับ ผมคอแห้งเหลือเกิน” เสียงออดอ้อนขอความเห็นใจ แต่เขาทั้งสองก็เฉยเสียอีก เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                หรือเขาฟังภาษาพูดเราไม่เข้าใจ เหมือนชาวเมืองที่เราผ่านมาเมื่อสักครู่ วิญญาณผมคิด

                ผู้นำทางตอนนี้ก็เงียบ ไม่ยอมส่งกระแสจิตมาตอบคำถามเลย คงยืนคุมอยู่ห่างๆ ปล่อยให้วิญญาณของผมผจญกับชะตากรรมอยู่เดียวดาย

                เมื่อฉีดน้ำรดต้นไม้เสร็จ เขาก็ใช้น้ำล้างเท้าจากหัวเข่าลงไปถึงฝ่าเท้า ล้างเสียจนสะใจ โดยไม่แยแสว่ามีใครคนหนึ่งมาคุกเข่าขอน้ำดื่มอยู่ตรงหน้า ล้างเท้าแล้วเขาไม่สะใจพอแถมล้างขาอีกต่างหาก แล้วหันหลังเดินเข้าบ้านไปโดยไม่สนใจใยดีกับวิญญาณของผมเลย ว่าจะหิวกระหายขนาดไหน ตอนนี้น้ำเสียงของวิญญาณผม ถ้าใครได้ยินเข้าคงจะแหบแห้งเหมือนเสียงร้องของเป็ดตัวผู้ เมื่อเขาเดินหันหลังเข้าบ้าน วิญญาณของผมก็ฉวยโอกาสนั้นคว้าสายยาง เพื่อเอาน้ำมาดื่มให้หายจากอาการหิวกระหาย

                เมื่อขอกันดีๆ ไม่ให้ ก็ใช้วิธีนี้กันหละ คอแห้งผากใครจะทนไหว” วิญญาณผมคิดและพยายามจะคว้าสายยาง ขโมยเอาน้ำมาดื่มอย่างหิวกระหาย แต่ยื่นมือไปจนสุดแขน ก็ไม่ถึงสายยางสักที ทั้งๆที่มันก็อยู่ไม่ไกล พยายามแล้วพยายามอีก ก็ไม่ถึง เหลืออยู่ประมาณ 1 คืบจึงจะถึงบ้าง เหลืออยู่ประมาณ 1 นิ้วฟุตจึงจะถึงบ้าง เหมือนกับว่าสายยางนั้นมันเคลื่อนออกไปเรื่อยๆ

                ผู้นำทางช่วยผมด้วย ช่วยหยิบสายยางส่งให้ผมทีเถอะ ผมหิวกระหายแทบตายอยู่แล้ว

                เงียบอีกตามเคย ไม่มีการตอบมาทางกระแสจิต เห็นแต่ร่างลอยนำหน้าดุ่มๆ เมื่อวิญญาณผมหมดความพยายามจะเอาน้ำมาดื่มแล้ว จึงลอยตามผู้นำทางไปช้า ๆ

                สองข้างทางของเมืองนี้ วิญญาณของผมสังเกตเห็น ผู้คนอยู่แต่ภายในบริเวณบ้านของตนเอง รูปร่างหน้าตาลักษณะผิวพรรณคล้ายกันเหลือเกิน ไม่มีเด็ก ไม่มีคนแก่อาศัยอยู่ในเมืองนี้เลย สังเกตดูไม่มียวดยานพาหนะใด ๆ ผ่านไปมา ไม่ทราบเขาเดินทางไปไหนมาไหนกันได้อย่างไร และไม่มีสัตว์เลี้ยง หมู หมา เป็ด ไก่เลย ถือสายยางฉีดรดน้ำต้นไม้ ก็ทำเหมือนกัน ดอกไม้ก็ชนิดเดียวกัน เรียกว่าใครมีอะไร ฉันมีด้วย แบบเสมอภาคกันจริงๆ บ้านดูออกใหญ่โตอย่างนั้น เห็นมีอยู่กันแค่ 2 คนทุกบ้าน มีกันอยู่เท่านั้น แปลกจริงๆ ผู้คนไม่พลุกพล่าน เงียบสงบมาก



เข้าชม : 701
 
 
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  จังหวัดขอนแก่น
174 หมู่ 17 ถนนดรุณสำราญ ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น  โทรศัพท์ 0-4322-4973  โทรสาร  0-4322-5242 
E-Mail :
red_devils2521@hotmail.com, red.devils2521@gmail.com
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   สำนักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น   Version 2.05