[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 

 

โอ้เมืองสวรรค์

                ออกจากเมืองนั้นมาสักครู่เดียวเท่านั้นก็ถึงอีกเมืองหนึ่ง เมืองนี้สะอาดสะอ้าน และน่าอยู่กว่าเมืองที่ผ่านมาตั้งหลายเท่า ถนนหนทางเป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก แต่สังเกตไม่เห็นมียวดยานใดๆ เหมือนเมืองที่ผ่านมาอีกนั่นแหละ สภาพบ้านเรือนที่อยู่ก็คล้ายๆกัน แต่วิจิตรพิสดารกว่าเยอะ หลังคาทรงไทยหน้าจั่วแหลม หยักเป็นหลายๆ ชั้น มีพุ่มระย้าเหมือนช่อฟ้า พระอุโบสถ แต่วิจิตรพิสดารกว่า เหลืออร่ามสวยงามมาก ยากแก่การบรรยาย ถ้าผมเป็นนักเขียนและมีความรู้ทางช่างศิลปกรรม จึงจะบรรยายให้เห็นภาพได้ดีว่าสวยงามขนาดไหน สวยเหมือนปราสาทวิมารอะไรสักอย่าง ที่อยู่อาศัยของเขาไม่แออัด แบ่งเป็นสัดส่วนเป็นหลังๆไป

                ความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองนี้ อยู่อย่างสุขสบายไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้เหมือนเมืองที่ผ่านมา วันๆไม่ต้องทำงานหนักอะไรเลย ลักษณะการแต่งตัวของเมืองนี้ ผู้หญิงใส่ผ้าโจงกระเบนยาวรัดเข่าสีทอง เหลืออร่าม มีลวดลายเป็นลายไทยเล็กๆ คาดเข็มขัดสีทองที่เอวหนาประมาณ 4 นิ้ว สวมชฎาที่ศีรษะแทนที่จะเป็นมงกุฎเหมือนเมืองที่ผ่านมา ชฎาสูงประมาณ 1 ฟุต ทำด้วยทองคำมีลวดลายวิจิตรพิสดารยิ่งนัก ที่ต้นแขนทั้งสองข้างมีปลอกแขนทำด้วยทองคำเหลืองอร่าม ยาวประมาณ 1 คืบ ฉลุเป็นลวดลายไทยไม่ทึบ มองเห็นสีผิวเนื้อที่ต้นแขนได้ชัด ใส่ต่างหูเป็นพวงพองาม แพรวพราวระยิบระยับ คล้ายประดับด้วยเพชร ที่ใต้ลำคอลงมาจากกระดูกไหปลาร้าถึงยอดอก ประดับประดาด้วยทองคำเป็นแผ่นเหลืองๆ ฉลุเป็นลายแล้วประดับด้วยเพชร แล้วทับด้วยผ้าสไบเฉียงสีทองอีกชั้นหนึ่ง ส่วนผู้ชายสวมชฎาที่ศีรษะ ขนาดเท่าผู้หญิงแต่ปลายมนไม่แหลมเหมือนผู้หญิง ที่ต้นแขนทั้งสองข้าง ก็มีเครื่องประดับเช่นกัน ไม่สวมเสื้อ ที่แผ่นหน้าอกประดับด้วยทองคำ ฉลุลวดลายเหมือนของผู้หญิง ใส่ผ้าโจงกระเบนคลุมเข่า ทำด้วยทองคำล้วนๆ แล้วคาดเข็มขัดทับหน้าประมาณ 1 คืบ หัวเข็มขัดฉลุเป็นลวดลายทั้งหญิงและชาย เปรียบเทียบกับคนเมืองมนุษย์เราอายุราว ๆ 19-20 ปี ความสูงประมาณ 170 เซนติเมตร รูปร่างสมส่วน ไม่อ้วนและไม่ผอม กะด้วยสายตาแล้ว ไม่น่าจะน้ำหนักเกิน 50 กิโลกรัม กลุ่มหมอกควันสีทองอมแสดสลัวๆ คล้ายปุยเมฆลอยปกคลุมเต็มไปหมด พร้อมกลิ่นหอมอันเป็นอมตะนั้น ทำให้บรรยากาศสลัวๆ แสงสว่างไม่น่าจะเกินหลอดไฟ 15 แรงเทียน ทั้งสองคนกำลังนั่นพักผ่อนที่ระเบียงซี่งเป็นห้องโถงโล่งคล้ายห้องรับแขก ที่อยู่อาศัยออกจะใหญ่โตเป็นวิมานเช่นนี้ อยู่กันเพียงสองคน แต่ละหลังแยกเป็นล็อค เป็นสัดส่วนกันเต็มไปหมด มองไปทางไหนล้วนดารดาษด้วยหลังคาแพรวพราวระยิบระยับของวิมาน ขณะที่วิญญาณของผมกำลังเพลิดเพลินอยู่กับความงามของเมืองนี้ และผู้คนอยู่นั้น ทำให้ลืมความหิวและกระหายไปชั่วครู่ ทำให้วิญญาณของผมตะลึงงันกับความงามของผู้คนเมืองนี้ยิ่งนัก หน้าตาสดสวยเหมือนกันทุกคน ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่งองค์ทรงเครื่องก็เหมือนกัน อายุอานามก็คงจะรุ่นๆเดียวกัน ไม่มีเด็กและคนแก่เลยหมดทั้งเมือง เห็นเมืองที่ผ่านมาก็นับว่างดงามน่าอัศจรรย์แล้ว แต่ยังสู้เมืองนี้ไม่ได้ เมืองนั้นที่ผ่านมาผู้คนค่อนข้างอายุมาก และรูปร่างอ้วนใหญ่ เมืองนี้เป็นเด็กวัยรุ่น รูปร่างพอดิบพอดี

                ที่นี่ เป็นที่ไหนหนอ เขาเรียกว่าเมืองอะไร จึงงดงามขนาดนี้” วิญญาณของผมถามผู้นำทาง ซึ่งยืนคุมอยู่ห่าง ๆ

                เขามีน้ำดื่มไหม ข้ากระหายน้ำเหลือเกิน” ไม่มีเสียงตอบอีกเช่นเคย คงนิ่งเงียบ ขณะที่วิญญาณของผมชมเมืองอยู่บนถนนด้วยความเหนื่อยล้า

                เขาเรียกว่าเมืองอะไร เขามีน้ำขายไหม ผมกระหายน้ำแล้วหิวข้าวเหลือเกิน

                ผมยังไม่ละความพยายามพร้อมกับใช้มือล้วงหาเงินในกระเป๋า แต่กางเกงขาก๊วยชุดคนไข้ที่วิญญาณผมใส่ มันไม่มีกระเป๋าเลย วิญญาณผมเลยล้วงไปในกางเกงชั้นใน ผมกระดาษอยู่ 5-6 ชิ้น รู้สึกอุ่นใจ

                เราก็มีเงินติดตัวมาเหมือนกันนี่” วิญญาณของผมคิด แต่เมื่อล้วงออกมาดู ไม่ใช่เงิน เป็นซองขาว คล้ายๆซองกฐินซองผ้าป่า ไม่มีเงินอีกต่างหาก

                ตายแน่ๆ หละคราวนี้ ไม่มีเงินสักแดงเดียว” วิญญาณของผมจึงขว้างซองทิ้งไปด้วยความน้อยใจ

                อย่าพึ่งขว้างทิ้ง เชิญทางนี้ก่อน ท่านอยากกินอะไร มีให้กินหมดนั่นแหละ เชิญเข้ามาข้างในก่อน” เสียงหวาน ๆ เจื้อยแจ้วดังเข้ามาได้ยินชัดเจน

                เสียงผู้นำทางเป็นเสียงผู้ชายนี่ แต่นี่เป็นเสียงผู้หญิงหรือว่าผู้นำทางแกล้งเราเล่น” วิญญาณผมคิด พลางหันไปตามเสียงนั้น

                เชิญทางนี้ก่อน” เสียงผู้หญิงจริงๆด้วย เธอไม่ได้พูดแต่เป็นการส่งกระแสจิต เหมือนกับผู้นำทางเลย

                เมืองนี้นอกจากผู้คนจะสวยงามแล้ว ยังมีอัธยาศัยดี น้ำใจงามด้วย” วิญญาณของผมคิด

                เดินทางผ่านมาตั้งไกล ผ่านตั้ง 2-3 เมือง ล้วนแต่ไม่มีน้ำใจ พูดกันก็ไม่รู้เรื่อง ขอดื่มน้ำก็ไม่ได้ มีคนเชื้อเชิญอย่างนี้ เป็นผู้หญิงสวยงดงามด้วย มีหรือจะไม่เข้าไป ” คิดดังนั้นจึงรีบเข้าไปบริเวณปราสาทของเธอ โดยไม่รีรอ

                เธอนั่งอยู่บนโต๊ะ ทำด้วยทองคำเหลืองอร่าม สูงจากพื้นประมาณ 50 เซนติเมตร ขาโต๊ะสลักเป็นขาสิงโต มีลวดลายเทพพนมเต็มไปหมด วิญญาณของผมเหลียวหน้าเหลียวหลังหาผู้นำทาง นึกว่าจะตามเข้าไป แต่เปล่าเลย คงยืนคุมเชิงอยู่ข้างนอกห่าง ๆ

                วิญญาณของผม ซึ่งเล็กประมาณเด็กชาย 3 ขวบ ใส่กางเกงขาก๊วยตัวเดิมไม่ใส่เสื้อ นั่งพับเพียบลงตรงหน้าเธอห่างกันประมาณ 1 เมตร จึงเห็นเธอได้ถนัดตา (แม้ว่าในขณะที่กำลังพิมพ์เรื่องนี้อยู่ หลับตาก็นึกเห็นภาพเหล่านี้) รู้สึกมีอาการกลัวสั่นอย่างไรบอกไม่ถูก ถ้าไม่หิวกระหายน้ำคงไม่กล้าเข้าไป

                ที่นี่เป็นที่ไหนขอรับ เขาเรียกว่าเมืองอะไร ถึงได้งดงามวิจิตรพิสดารยิ่งนัก” เป็นการคุยกันโดยการส่งกระแสจิต ประโยคแรกๆ ทั้งกล้าๆ กลัวๆ

                เมืองสวรรค์ไงหละ เมืองสวรรค์เคยได้ยินไหม



เข้าชม : 652
 
 
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  จังหวัดขอนแก่น
174 หมู่ 17 ถนนดรุณสำราญ ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น  โทรศัพท์ 0-4322-4973  โทรสาร  0-4322-5242 
E-Mail :
red_devils2521@hotmail.com, red.devils2521@gmail.com
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   สำนักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น   Version 2.05