[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 

 

หม้อนรก  กระทะทองแดง

                มองเห็นสัตว์นรกดื่มเหล้าแล้วชักดิ้นชักงอ เห็นแล้วสยดสยองพองเกล้าเลยทีเดียว  กลิ่นเหม็นสาบคาวเลือดยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มองไปทางไหนไม่มีบ้านคนเลย  เห็นแต่ป่าละเมาะที่แห้งแล้งเหมือนฤดูแล้ง  ต้นไม้ผลัดใบในเมืองมนุษย์เรา  ผู้นำทางก็พาวิญญาณของผมไปเรื่อยๆ พร้อมส่งกระแสจิตมาบอกให้ผมทราบว่า

                เร็วเข้าเร่งอีกนิด  เวลาเหลือน้อยเต็มทน

                พร้อมกับชี้มือบอกให้ดูสัตว์นรกอีกกลุ่มหนึ่ง  ผมมองตามไปอย่างว่านอนสอนง่าย

                พวกนี้ชอบพูดโกหก  พูดส่อเสียด  พูดใส่ร้ายยุแยงตะแคงรั่วยุยงข้างโน้น  ยุยงข้างนี้ทำให้เขาเข้าใจผิดกัน  ถึงขั้นยกกองทัพเข้าประหัตประหารกันกลายเป็นสงคราม ล้มตายไปข้างหนึ่ง ตายไปต้องไปรับกรรมแบบนี้

                วิญญาณผมมองตามไปก็เห็นร่างของสัตว์นรก 5-6 ตน ศีรษะโล้นและโตมาก  ไม่มีเส้นผม  ขนาดโตกว่าหม้อนึ่งสำหรับนึ่งข้าวเหนียว  แต่จมูกและปากเล็กไม่สมดุลกับศีรษะเลย ตาทั้งสองข้างก็เล็กๆ แทบจะมองไม่รู้ว่าเป็นตา ใบหูทั้งสองข้างใหญ่เหมือนหูของช้าง  ลำตัวแขนขาลีบเล็กมาก  ไม่น่าจะพยุงให้ศีรษะตั้งอยู่ได้  ดูๆแล้วก็ไม่ผิดอะไรเลยกับลูก อ๊อดของกบ ตอนที่มันเริ่มจะมีขา  สูงประมาณ 3 เมตรเห็นจะได้

                ผ่านสัตว์นรกพวกนี้ไปได้ประมาณ 500 เมตร ก็มาหยุดตรงที่เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 4 – 5 ไร่ น้ำในสระขุ่นข้นจนเป็นสีเทาดำๆ และเดือดพล่านเหมือนน้ำที่ต้มในหม้อหรือกาต้มน้ำ  รอบๆขอบสระเห็นสัตว์นรก รูปร่างผอมโซเห็นแต่กระดูกซี่โครง นุ่งผ้าเตี่ยวสีดำๆมอมแมม แต่ละตนผมเผ้ารุงรังยาวถึงเอวนั่งอยู่ขอบสระเต็มไปหมด ประมาณหลายร้อยตน อีกกลุ่มหนึ่งประมาณ 20 – 30 ตน ลงไปว่ายน้ำในสระนั้น พร้อมกรีดร้องโหยหวนด้วยความแสบร้อน เพราะน้ำในสระนั้นเป็นน้ำร้อนที่เดือนพล่าน พยายามว่ายไปฝั่งตรงข้ามในเร็วที่สุด หวนกลับคืนมาทางเดิมไม่ได้ เพราะมีคนคอยควบคุมยืนถือไม้กระบองขนาดเท่าต้นขาคนเรา ยาวประมาณ 2 เมตร ผู้คุมรูปร่างกำยำ ผิวดำคล้ำ ผมหยิก นุ่งผ้าเตี่ยวสีแดง ใช้ผ้ามัดที่ศีรษะสีแดง มีหนวดดกดำ นัยน์ตาดุร้าย ยืนรออยู่ขอบสระ พอใช้กระบองฟาดที่กลางลำตัวสัตว์นรก ตกลงไปในหนองน้ำเสร็จแล้ว ก็ยืนดูว่าสัตว์นรกตนใด ที่จะว่ายน้ำหวนกลับคืนมั้ย พอว่ายถึงฝั่งตรงข้ามเสร็จแล้ว ก็มีผู้คุมอีกคน ยืนถืออาวุธเป็นเหล็กแหลมสามง่าม ด้ามยาวประมาณหนึ่งเมตรครึ่ง คอยบังคับให้สัตว์นรกขึ้นต้นไม้มีหนามแหลมยาวประมาณ 1 คืบบ้าง ยาวประมาณศอกบ้าง ต้นไม้นั้นไม่มีใบแม้แต่ใบเดียว มองเห็นเป็นสีดำมะเมื่อมคล้ายเหล็กมากกว่าต้นไม้ มีหนามแหลมคมวาว สัตว์นรกจะโหนปีนป่ายขึ้นต้นไม้มีหนามแหลมนั้น อย่างลำบาก ตามร่างกายมีเลือดไหลอาบจนโชก เพราะถูกหนามแหลมทิ่มแทง ขึ้นไปจนถึงยอดแล้วลงมาขึ้นไปใหม่ พยายามปีนป่ายขึ้นไปอีก จนถึงยอดนั้นแล้วลงมาใหม่พอจะลงถึงพื้นก็ถูกผู้คุมใช้เหล็กสามง่ามแทง ต้องตะเกียกตะกายขึ้นไปอีก ทำอยู่อย่างนี้จนครบ 3 ครั้ง แล้วมานั่งรอคิวที่ขอบสระ เพื่อที่จะว่ายน้ำไปฝั่งตรงข้ามอีก แล้วไปปีนป่ายขึ้นต้นไม้หนามแหลมคมเวียนว่ายอยู่อย่างนี้ วันหนึ่งๆจะลงไปว่ายน้ำ 3 รอบ และขึ้นต้นไม้มีหนาม 3 ครั้ง ครั้งละ 3 รอบ

                ในกลุ่มสัตว์นรกที่เห็นอยู่นี้มีอยู่ 2 – 3 ตน ทีมีลักษณะไม่เหมือนสัตว์นรกตนอื่น คือศีรษะโล้น ผมไม่ยาวถึงเอว แค่เกรียนๆนุ่งผ้าเตี่ยวสีออกน้ำตาล ผอมโซมองเห็นซี่โครงได้ถนัด ตาลึกโบ๋ เล็บมือเล็บเท้ายาว และสกปรกดำมาก

                วิญญาณของผมมองดูแล้ว จึงหันมาสบตากับผู้นำทางด้วยความสงสัย

                เป็นพระ  เป็นพระสงฆ์” ผู้นำทางบอก เหมือนกับรู้ว่าวิญญาณผมจะถามอะไร

                พระก็ตกนรกเป็นหรือ” วิญญาณของผมนึกในใจ

                สัตว์นรกพวกนี้ ตั้งแต่ชาติที่แล้วเป็นพระสงฆ์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรม ชอบโกหกหลอกลวง กระทำผิดวินัยของสงฆ์ตลอด หาทรัพย์มาได้ ด้วยการใช้ความเป็นพระโกหกหลอกลวง ทำในสิ่งที่พระพุทธเจ้าห้าม แต่พระพวกนี้ก็ทำต่อหน้าผู้คนก็พูดจาสำรวม จริยาวัตรงดงาม น่าเลื่อมใสศรัทธา พอลับหลังคน ก็เล่นการพนัน ดื่มสุรา เสพเมถุน นึกว่าไม่มีคนรู้ แต่นรกรู้ ตายไปก็ต้องมาชดใช้กรรมอยู่อย่างนี้” ผู้นำทางอธิบายพร้อมเสร็จ

                สัตว์นรกพวกนี้ทำบาปกรรมอะไรไว้ จึงได้มารับกรรมแบบนี้” วิญญาณผมถาม

                ทำกรรมอันหนักหนาสาหัส ที่เรียกว่า อนันตริยกรรม เช่น ฆ่าพ่อแม่ผู้มีพระคุณ ฆ่าพระอรหันต์ ทำให้สงฆ์แตกแยก เป็นพระสงฆ์ก็มีความผิดถึงนั้นปาราชิกขาดจากความเป็นพระ ถ้ามีคนเห็นและถูกจับได้ ถ้าไม่มีคนเห็นและจับไม่ได้ ก็มาชดใช้กรรมอยู่อย่างนี้

                ผู้นำทางอธิบายพร้อมกับบอกว่า ไปได้แล้วเดี๋ยวจะไม่ทันเวลา ท่านกำลังคอยเราอยู่ วิญญาณผมงงมากเลย แต่ไม่สามารถขัดขืนเขาได้ ใครคอยหนอนึกอยากถาม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากผู้นำทาง

                ผ่านหนองน้ำที่เรียกว่าหม้อกระทะทองแดงไปเป็นป่าหนาทึบ มีเถาวัลย์ขนาดเท่าต้นแขน และพันธุ์ไม้นานาชนิด มีทางเดินที่พอจะเดินได้แคบๆ วิญญาณผมก็ลอยตามผู้นำทางไป มาหยุดอยู่ที่ฝาผนังหิน มีประตูหินปิดอยู่ คล้ายๆเป็นเมืองร้าง ไม่มีผู้คนเลย ผู้นำทางใช้กำปั้นเคาะประตูนั้น 3 ที ประตูเปิดออก ข้างในเป็นแสงไฟสลัวๆ คล้ายโรงภาพยนตร์ จะมีแสงสว่างเฉพาะด้านหน้าที่เป็นจอภาพยนตร์ ผู้นำทางยืนรออยู่ข้างนอก ไม่ได้เข้าไปด้วยมีคนอยู่ในห้องนั้นประมาณ 40 – 50 คน แต่เห็นหน้ากันไม่ถนัดชัดเจนนัก เบื้องหน้าชัดเจนมากเพราะแสงสว่างสาดส่องไปข้างหน้า คล้ายๆกับเวลาเราชมภาพยนตร์ มองเห็นชายร่างสูงใหญ่ ร่างกายกำยำ ผิวคล้ำนั่งอยู่บนเก้าอี้หินสีดำ ด้านหน้าก็เป็นโต๊ะหินสีเดียวกันกับเก้าอี้ มีกองสมุดเล่มใหญ่และหนา อยู่ 4 – 5 กอง วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเต็มโต๊ะไปหมด ดูมีอำนาจและหน้ากลัวมาก อายุประมาณ 50 ปีขึ้นไป น้ำหนักก็คงจะประมาณ ไม่น่าจะต่ำกว่า 90 กิโลกรัม ที่ศีรษะมีเครื่องประดับเป็นทองคำ แววตาดุร้ายน่ายำเกรง ริมฝีปากบนมีหนวดดกดำ บริเวณลำคอมีเครื่องประดับเป็นแผ่นทองคำถึงหน้าอกไม่สวมเสื้อ คาดเข็มขัดทำด้วยทองคำ ฉลุลวดลาย เส้นใหญ่กว้างประมาณ 1 คืบ ใส่ผ้าเตี่ยวสีแสดทอง มีองครักษ์ซ้ายขวา อยู่ข้างหน้า 2 คน ข้างหลัง 2 คน ถืออาวุธเป็นหอก 3 ง่าม แต่งตัวนุ่งผ้าเตี่ยวสีแดงคล้ำ มีผ้าแดงมัดที่ศีรษะ หนวดดำกริบ นัยน์ตาดุดัน ที่แขนทั้งสองข้างมีสนับแขนสีแดงผูกไว้ทั้งซ้ายและขวา สูงประมาณ 180 เซนติเมตร น้ำหนักจะราวๆ 70 กิโลกรัม องครักษ์ทั้ง 4 นายจะทำงานทันที เมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านาย ผู้ที่นั่งอยู่เก้าอี้และโต๊ะหินนั้น



เข้าชม : 710
 
 
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  จังหวัดขอนแก่น
174 หมู่ 17 ถนนดรุณสำราญ ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น  โทรศัพท์ 0-4322-4973  โทรสาร  0-4322-5242 
E-Mail :
red_devils2521@hotmail.com, red.devils2521@gmail.com
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   สำนักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น   Version 2.05