[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 

 

พบพระยายมราชเจ้าแห่งชีวิต

ประตูเปิดแล้ว เข้าไปสิ  ท่านกำลังรออยู่

ผู้นำทางบอก พร้อมชี้มือบอกทางให้เข้าไป

วิญญาณผมหันรีหันขวาง ทำท่าเก้เก้กังกัง ไม่กล้าเข้าไปเพราะกลัวมาก และไม่รู้ว่าที่นี่เป็นที่ไหน ขณะที่รีรอและก้าวขาเดินออกไปพ้นธรณีประตู ปรากฏว่าวิญญาณของผมโตขึ้นเท่าร่างปกติของผม แต่ไม่ลอยไปเหมือนก่อน แล้วองครักษ์ซ้ายขวาทั้งสองท่าน ก็ตรงรี่เข้ามาจับวิญญาณผมแบบหิ้วปีก แขนทั้งสองข้างของผมพาดบนคอขององครักษ์ แล้วเขาก็พาเดินอย่างเร็ว มาทิ้งให้ยืนอยู่ตรงหน้า ของผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หินนั้น พร้อมกับสำทับเสียงดัง

คุกเข่า  คุกเข่า

ผมไม่ยอมคุกเข่าเพราะผมไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมต้องคุกเข่าด้วย มองไปด้านข้างๆ ท่ามกลางแสงสลัวๆนั้น เห็นผู้คนนั่งคุกเข่ากันหมดประมาณ 40 – 50 คน เหมือนนั่งชมภาพยนตร์  เป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก เมื่อวิญญาณของผมไม่นั่งคุกเข่าทันอกทันใจเขา เขาถือว่าผมไม่เคารพผู้นั่งอยู่บนเก้าอี้ ไม่เคารพสถานที่ ว่าที่นี่เป็นที่ไหน สัตว์โลกทุกผู้ทุกคนไม่ว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน เมื่อเป็นมนุษย์ เป็นเจ้าพ่อมาเฟีย มีอิทธิพลมากขนาดไหน เมื่อตายไป ก็ต้องคุกเข่าต่อหน้าพระยายมราช ผู้ที่นั่งตัดสินความเป็นความตายอยู่เบื้องหน้านี้

องครักษ์ทั้งสองจึงเตะเข้าที่ขาพับทั้งสองข้างของวิญญาณผม พร้อมสำทับด้วยเสียงอันดุดันว่า บอกให้คุกเข่า คุกเข่า ไม่ยอมทำตามอีก เมื่อโดนเข้าแบบนี้วิญญาณผมอ่อนยวบลงทั้งตัว ปากคอสั่นไปหมดด้วยความกลัวจนสุดขีด นั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตาท่านผู้อยู่เบื้องหน้าอีกต่อไปเมื่อรู้อะไรเป็นอะไร เสียงผู้คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ดังอื้ออึงขึ้น

ปล่อยเขาไปเถอะค่ะท่าน ปล่อยเขาไปเถิด

เสียงขอร้องแบบนี้ ได้ยินจากปากของเขาเหล่านั้น ไม่ต่ำกว่าสิบคน มีเสียงหนึ่งคุ้นๆหูเคยได้ยิน เป็นเสียงคนที่เคยรู้จักกัน เป็นเสียงคล้ายๆของแม่ของคนไข้ ซึ่งเขาเคยพาลูกชายซึ่งป่วยเป็นไข้ ไอ หายใจหอบ เป็นปอดบวมมารักษากับผม เคยแนะนำไปโรงพยาบาล เธอบอกว่าไม่มีเงินค่ารถและค่าใช้จ่ายเลย เธอเลี้ยงลูกกำพร้า พ่อเด็กหนีไปตอนเธอคลอดได้ 3 เดือน ผมจึงจ่ายค่ายาพร้อมมอบเงินค่ารถให้

เจ้าชื่ออะไร” เป็นคำถามแรกของท่านพระยายมราช ฟังแล้วช่างมีอำนาจประกาศิตเสียเหลือเกิน เสียงอื้ออึงทั้งหมดเงียบลง

วิญญาณผมสั่นเทิ้ม ปากคอสั่นรัวไปหมด พร้อมแหงนหน้าดูพระยายมราช ดูนัยน์ตาท่านแล้วน่ากลัวมาก ถ้าเป็นตำรวจสอบปากคำผู้ร้าย ผู้ร้ายคงจะพูดความจริงหมด เพราะเป็นแววตาที่มีพลังอำนาจมาก

เจ้าชื่ออะไร” เป็นคำถามซ้ำอีก  ในขณะที่ผมกลัวจนตัวสั่น และคิดอะไรต่อมิอะไรเรื่อยเปื่อย

ชื่อ เกียรติศักดิ์  จุลท่าหว้า ครับ

วิญญาณผมตอบไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นรัว เพราะกลัวมากที่สุดในชีวิต

ท่านพระยายมราชเอาสมุดที่วางอยู่ตรงหน้า 4-5 กองนั้นมาเปิดดูรายชื่อ เล่มแรกเปิดผ่านอย่างรวดเร็ว ไม่พบรายชื่อของผม จึงวางสมุดเล่มที่หนึ่งไว้ ค้นเล่มที่สองไม่เจออีก วางทับเล่มแรกไว้ แต่ละเล่มใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ค้นเล่มที่สามอีก เจอแล้วพระยายมราชหยุดพักสายตา เมื่อเปิดไป 3-4 แผ่น เคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่เล่าขานกันมาว่า พระยายมราชมีบัญชีกรรมอยู่ในมือ ใครสร้างกรรมทำเวรใดไว้ พระยายมราชจะบันทึกลงบัญชีนี้ไว้ ทุกผู้ทุกคนในโลกมนุษย์ที่สร้างกรรมดี หรือกรรมชั่วไว้ ท่านคิดว่าไม่มีใครรู้ไม่มีคนเห็น แต่พระยายมราชท่านรู้ ท่านจะจดบันทึกลงบัญชีกรรม (การกระทำ) นี้ไว้หมด คนเฒ่าคนแก่แถวภาคอีสานเรียกกันจนติดปากว่า “บัญชีหนังหมา” แต่ที่วิญญาณผมเห็นมา ไม่ใช่ มันเป็นสมุดคล้ายๆกับสมุดนัมเบอร์ ปกแข็งหนาสีแดงสด กว้างประมาณ 1 ฟุต ยาวประมาณ 1 ฟุตครึ่ง

ท่านพระยายมราชเพ่งบัญชีอยู่นิดหนึ่ง แล้วมีบัญชาว่า “อืม” พร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่

ชะตาเขายังไม่ถึงฆาต ยังไม่ถึงวาระ นำเขากลับคืนไปเดี๋ยวจะไม่ทัน อายุ 74 ปี (หรือ 47 ปีผมไม่แน่ใจเพราะตกใจกลัวมาก) จึงพาเขามาใหม่ กลับไปนี่เจ้าต้องไปสร้างบุญสร้างกุศลคุณงามความดีและต้องไปเล่าเรื่องนี้ให้คนฟัง พร้อมกับให้บวชเป็นพระภิกษุ เทศนาเรื่องนี้ให้คนฟัง....นำเขาไปเดี๋ยวจะไม่ทันกาล

เป็นคำสั่งของท่านพระยายมราช ด้วยความกลัวและความดีใจมาก ผมเลยจำไม่ได้ว่าอายุ 74 ปี หรือ 47 ปี กันแน่ วิญญาณผมรีบรับปากรับคำทันทีว่า ครับ ครับ ทุกคำที่ท่านสั่งและรีบลุกขึ้นทันที กราบขอบคุณท่านพระยายมราช แล้วองครักษ์ทั้งสองก็มาประคองแบบหิ้วปีก เดินออกมาอย่างรีบร้อนพร้อมกับพูดกรอกหูวิญญาณผม

เจ้าจำได้ไหมว่าท่านสั่งว่าอย่างไร กลับไปต้องไปเล่าให้คนฟังและไปบวชแล้วเทศนาเรื่องนี้ให้คนฟัง อายุ 74 ปีจะรับมาใหม่

จำได้ขอรับ จำได้

วิญญาณผมตอบรับด้วยความดีใจ พอออกจากห้องนั้นพ้นประตูมาเล็กน้อยก็พบกับผู้นำทางซึ่งยืนรออยู่ ร่างของวิญญาณผมกลับเล็กลงเหมือนเดิม ในสภาพนุ่งกางเกงขาก๊วยสีขาวของโรงพยาบาล หันกลับไปข้างหลังห้องนั้นปิดสนิทแล้ว เห็นแต่ประตูหินหนาทึบ เลยไม่ทราบว่าหลังจากวิญญาณผมออกมาแล้ว ความเป็นไปในห้องนั้นจะเป็นอย่างไร

ผู้นำทางก็พาวิญญาณผมลอยลัดเลาะ ตามชายป่ามาเรื่อยๆเพียงไม่กี่อึดใจ ก็มาถึงชายป่าละเมาะที่เดิมตอนขาไป ผู้นำทางส่งกระแสจิตมาบอกว่า

เจ้าจำได้ใช่ไหม ท่านสั่งว่าอย่างไร กลับไปนี่เจ้าต้องไปเล่าให้คนฟัง และไปบวช แล้วเทศนาเรื่องนี้ให้คนฟัง

เจ้าได้ขอรับ ผมจะบวช” ผมตอบไปอย่างนอบน้อม

ไป เจ้ากลับไปได้แล้ว” แล้วเราก็โบกมืออำลากันตรงชายป่านั้น แต่มองไม่เห็นใบหน้าผู้นำทางอยู่เหมือนเดิม แล้วเขาก็หันหลังกลับ และลอยไปในป่าข้างหน้า มองเห็นชุดขาวของเขาลอยปลิวพลิ้วลม ผมยาวสลวยลงถึงเอวเห็นแต่ด้านหลังลอยเข้าไปจนสุดสายตาในป่าลึก วิญญาณผมหันกลับจากร่างนั้น เพื่อหาทางกลับโรงพยาบาล เพราะสภาพตอนนี้เหมือนคนหลงทาง กลับบ้านไม่ถูกและเหนื่อยล้าจากการเดินทาง พอหันกลับมาก็เห็นโรงพยาบาลและสภาพของเมืองขอนแก่น บริเวณถนนมิตรภาพ แต่มันเงียบมาก ไม่เห็นมีรถราวิ่งขวักไขว่เลย แสงสว่างก็ยังสลัวๆเป็นสีทองอมแสดอยู่เหมือนเดิม

โอ้ โรงพยาบาลมันอยู่ใกล้แค่นี้เอง เพียงประมาณ 500 เมตรก็ถึงแล้ว เรามันเซ่อเองมัวหลงทางหลงป่าอยู่ตั้งนาน คิดได้ดังนั้นวิญญาณของผมดีใจมาก จึงลอยมายังโรงพยาบาลทันที และระแวดระวังกลัวคนจะเห็นเหมือนตอนที่ออกไป คอยหลบๆ ซ่อนๆ เข้ามา เห็นพยาบาลคนหนึ่งเดินถือแฟ้มประวัติคนไข้ และพวงปรอทวัดไข้เดินผ่านมาพอดี วิญญาณของผมต้องรีบหลบที่บานประตูด้านนอก ซึ่งเปิดอยู่กลัวเขาจะเห็น พอเขาผ่านไป จึงแอบมาถึงห้องไอซียู มองเห็นภรรยาผมนั่งฟุบหลับอยู่ข้างเตียงเพราะความอ่อนเพลีย และเห็นคนป่วยอื่นๆอีก 3 – 4 คน อาการสาหัสนอนอยู่ มีสายระโยงระยางแบบเดียวกับร่างของผม วิญญาณของผมเดินมาใกล้ๆขอบเตียงผู้ป่วย ที่ร่างผมนอนอยู่ พิจารณาดูร่างอันแน่นิ่ง คอและใบหน้ายังบวมอยู่เล็กน้อย สายเครื่องช่วยหายใจ สายออกซิเจน สายให้อาหารทางสายยาง สายน้ำเกลือยังอยู่ครบ ที่ข้อมือและข้อเท้าถูกผูกไว้กับเตียง ป้องกันการดิ้นด้วยความไม่ได้สติของผู้ป่วย เมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็นร่างของตนแล้ว จึงเข้าสู่ร่างที่นอนอยู่อย่างรวดเร็ว

 



เข้าชม : 644
 
 
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  จังหวัดขอนแก่น
174 หมู่ 17 ถนนดรุณสำราญ ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น  โทรศัพท์ 0-4322-4973  โทรสาร  0-4322-5242 
E-Mail :
red_devils2521@hotmail.com, red.devils2521@gmail.com
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   สำนักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น   Version 2.05