[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 

 

อุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถไฟ

                พอวิญญาณกลับสู่ร่าง ผมก็ฟื้นได้สติคืนมา วินาทีแรกที่ลืมตาขึ้นเห็นแสงสว่าง บนเพดานห้องของโรงพยาบาล มันรู้สึกว่าสว่างจ้ามาก เพราะสายตาเราไม่ชินกับแสงสว่าง ก็นอนสลบไม่เห็นแสงอะไรเลย 6 วันเต็มๆ ตกใจนึกว่าแสงจ้าเหมือนที่ตอนลงจากสวรรค์ ผมพยายามหลับตาลงอีก เพื่อให้ชินกับแสงแล้วลืมตาขึ้นพร้อมกับพูดว่า “น้ำ น้ำ ขอน้ำดื่มหน่อย” เพราะคอแห้งเหลือเกิน ภรรยาผมตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงผม พยาบาลที่เฝ้าอยู่ในห้องไอซียูก็ตรงรี่เข้ามายังเตียงผม

                ฟื้นแล้ว  ฟื้นแล้ว  คนไข้ฟื้นแล้วหมอ

                เสียงภรรยาผมร้องบอกด้วยความดีใจ ญาติพี่น้องคุณแม่ผมตรงเข้าไปในห้องไอซียู ด้วยความดีใจ เมื่อทราบว่าผมฟื้นแล้ว ไม่ถึง 5 นาที หมอที่เป็นผู้ดูแลผมก็เข้ามาตรวจดูอาการผม พร้อมกับพูดให้กำลังใจว่าปลอดภัยแล้ว ให้พักผ่อนต่อให้สบาย แล้วอ่านดูแฟ้มประวัติคนป่วยที่พยาบาลบันทึกไว้ ว่าชีพจร การหายใจ อุณหภูมิร่างกายเป็นอย่างไร แล้วออกไปพูดอะไรนอกห้องกับภรรยาผม ประมาณ 5 นาที ไม่ให้ผมรับรู้

                ผมหลับตาตั้งสตินึกอยู่นาน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ที่เรานอนอยู่นี่มันเป็นที่ไหน ทำไมแขนขาและเท้าซีกขวาจึงอ่อนปวกเปียกวางทื่อ กระดุกกระดิกไม่ได้อย่างนี้ สายยางต่างๆมันอุดลำคอ และเสียบเข้าไปในรูจมูก น้ำเกลือที่แขนด้านขวาหยดลงช้า ๆ ผมชำเลืองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ข้างฝาห้อง บอกเวลา 05.30 น. เรามานอนอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เราป่วยเป็นอะไรหรือ ก็สุขภาพดีแข็งแรงมาตลอด ไม่เคยป่วยเคยไข้เลยนี่นา นอนหลับตานึกอยู่นานก็นึกไม่ออกสักที จึงขอน้ำจากภรรยาผมดื่ม เพราะคอแห้งเหลือเกิน ภรรยาผมไปถามหมอ ว่าให้คนไข้ดื่มน้ำได้ไหม หมอบอกว่าดื่มได้นิดหน่อย แต่เมื่อภรรยาผมเอาน้ำพร้อมหลอดกาแฟมาให้ดูดแล้วกลับกลืนไม่ลง สำลักออกหมด ก็สายต่างๆมันกระจุกในลำคอเต็มไปหมด จะกลืนเข้าไปได้อย่างไร

                ที่นี่เป็นที่ไหน” ผมพยายามถามภรรยาผม แต่เสียงแผ่วเบามากและฟังไม่เป็นศัพท์เลย เพราะสายต่างๆในลำคอเป็นอุปสรรค ทั้งการพูดและการดื่มกิน แต่ภรรยาผมและญาติพี่น้องพยายามฟังและแปลความหมายช่วยกัน ว่าผมพูดว่าอย่างไร รู้สึกว่าภรรยาผมจะเข้าใจความหมายได้ดีกว่าคนอื่น

                โรงพยาบาล โรงพยาบาล” ภรรยาผมตอบ

                ทำไมต้องมานอนโรงพยาบาล และมานอนตั้งแต่วันไหน วันนี้วันที่เท่าไหร่” ผมถามด้วยความสงสัย แต่พูดไม่ชัดเลยและเหนื่อยมากกับการพูด เพียงสองสามประโยค

                เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ของเราคันที่คุณขับ ชนกับรถไฟ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน วันนี้เป็นตอนเช้าวันที่ 13 พฤศจิกายน แล้ว

                ภรรยาผมพยายามอธิบายให้เข้าใจอย่างชัดถ้อยชัดคำและพูดปลอบใจผมว่า ไม่เป็นไรมากหรอกรถพังนิดหน่อยซ่อมประมาณ 3,000 บาท คงแล้วเสร็จ แม่ผมก็มาปลอบใจว่า แม่จะซื้อคันใหม่ให้ก็ได้ นอนพักผ่อนเถอะ

                หมอสั่งฉีดยาเข้าทางสายน้ำเกลือ เพื่อให้ผมนอนหลับ พักผ่อนมาฟื้นอีกทีก็ประมาณ 10 โมงเช้า หมอเห็นว่าอาการดีขึ้นแล้วจึงให้ออกจากห้องไอซียู มาอยู่ห้องปกติ ผมจึงหลับตาทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อ 6 วัน ว่ามันเกิดอะไรกับผม

                วันนั้นวันที่ 7 พฤศจิกายน 2539 ผมทำงานอยู่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ดินแดนที่ได้ชื่อว่า เมืองผ้าไหมที่สวยงามที่สุด ในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ระดับ 5 เวลา 10.30 น. ผมต้องไปส่งรายงานประจำเดือน และติดต่อราชการที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เพราะสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เขาเข้มงวดเกี่ยวกับการส่งรายงานประจำเดือนมาก โซนเหนือขอนแก่นกำหนดส่งวันที่ 6 โซนใต้กำหนดส่งวันที่ 7 ของทุกเดือน อำเภอใดส่งช้าถูกตัดคะแนนในการส่งงาน และจะส่งผลต่อการพิจารณาความดีความชอบด้วย ผมขออนุญาตไปราชการ โดยถูกต้องตามระเบียบ ใช้รถส่วนตัวโตโยต้าไมตี้เอ๊กซ์ สีเขียวคู่ชีพเป็นพาหนะ เนื่องจากรถของทางราชการ สาธารณสุขอำเภอใช้ขับมาทำงานในตอนเช้าและขับกลับบ้านในตอนเลิกงาน เป็นแบบนี้เหมือนกันทุกอำเภอ นี่คือการใช้รถหลวง ของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ในจังหวัดขอนแก่น ผมได้รับคำสั่งให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานสาธารณสุขกิ่งอำเภอโนนศิลา ซึ่งเป็นกิ่งอำเภอที่แยกใหม่ ผมคิดว่าจะเดินทางวันที่ 9 พฤศจิกายน 2539 ผมมอบหมายหน้าที่การงานให้น้องที่จะมาเป็นนักวิชาการสาธารณสุขแทนผม เสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอมีชื่อเล่นว่า “น้องไก่” เธอทำงานเป็นธันตาภิบาลอยู่โรงพยาบาลชนบท ไม่เคยทำงานวิชาการเลย มอบหมายงานให้เธอเสร็จแล้ว เธอจึงขอติดรถไปสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดด้วย จะได้รู้ว่าเวลาส่งรายงานประจำเดือน ส่งอย่างไร ส่งที่ไหน ส่งกับใคร มีน้องอีกคนจะไปธุระที่จังหวัดด้วย เลยเปลี่ยนใจไม่ไป ผมขับรถจากอำเภอชนบทมาถึงอำเภอบ้านไผ่ เวลา 11 โมงเช้า เธอบอกว่าให้ช่วยพาไปธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอบ้านไผ่ เธอจะถอนเงินไปใช้จ่าย เพราะมีเงินติดตัวไม่มาก ผมก็จะไปติดต่องานที่โรงพยาบาลบ้านไผ่ด้วย ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับธนาคารกรุงไทย ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็เสร็จธุระ เธอชวนใช้เส้นทางลัดซึ่งลาดยางเสร็จใหม่ ๆ ไม่ต้องใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ จะไปบรรจบกันกับถนนมิตรภาพ บริเวณโรงเรียนบ้านหนองแวงโอง ระยะทางเพียง 10 กิโลเมตร

                ก็ดีเหมือนกัน รถไม่เยอะ แต่ผมไม่ค่อยใช้เส้นทางนี้ เพราะกลัวรถไฟ” ผมบอก

                เขาทำแผงกั้นแล้วพี่ หมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ส.ขอนแก่น ของบประมาณมาให้ดำเนินการแล้ว

                เธอบอกผม เพราะน้องไก่เป็นเพื่อนเรียนรุ่นเดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกับภรรยาหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ซึ่งหมอเปรมศักดิ์เองก็ขับรถชนกับรถไฟที่อำเภอพลเหมือนกัน เย็บแผลหลายสิบเข็ม

                พอถึงทีเกิดเหตุ บริเวณโรงเรียนบ้านหนองแวงโอง ตรงนั้นเป็นทางโค้ง ตัดกับทางรถไฟเพื่อไปบรรจบกับถนนมิตรภาพ ผมเห็นแผงกันถูกยกขึ้น ตามปกติแล้วถ้ารถไฟมาเขาจะเอาแผงกั้นลง จึงขับผ่านไปด้วยความเร็วประมาณ 30 – 40 กม./ชั่วโมง พอผ่านไปจะถึงรางรถไฟ ผมสังเกตเห็นเขาเขียนไว้ตัวเล็กๆ “แผงกั้นยังไม่เปิดใช้” พอดีรถไฟมา เป็นเที่ยวรถด่วนจากนครราชสีมา จะไปหนองคายถึงที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 11.35 น. มองไม่เห็นรถไฟ เพราะชะล่าใจว่ามีแผงกั้นแล้ว ประกอบกับน้องเขานั่งตัวตรงบังไว้ ด้านซ้ายมือทำให้มองไม่เห็น

                รถไฟมาพี่ รถไฟ รถ” เสียงน้องเขาร้องบอก ผมตกใจรีบเหยียบเบรกทันที แต่ช้าไปซะแล้ว ส่วนหัวของรถยนต์ มันเกยเข้าไปบนรางรถไฟ ถูกรถไฟเสยโครมเข้าให้รถยนต์พังยับเพราะโดนชนด้านหน้าแล้ว ท้ายรถยนต์หมุนตวัดเข้ารางรถไฟเพราะแรงเหวี่ยง ถูกตู้รถไฟชนหลายตลบ ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งนั่งขายแตงโมอยู่ริมทางรถไฟเล่าว่า เห็นร่างทั้งสองคนกระเด็นออกทางกระจกรถยนต์ด้านหน้า ตกลงข้างทางรถไฟ เพราะวันนั้นผมลืมรัดเข็มขัดนิรภัย หรือถ้ารัดอาจจะถูกอัดก๊อปปี้ตายอยู่ในรถยนต์ ก็อาจเป็นได้ จากนั้นก็หมดสติเลย เขาเล่าว่า รถที่ตามหลังรถยนต์ผมมาเป็นรถของสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงวิทยุแจ้งเหตุตำรวจ และมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งทำงานอยู่พุทธญาณสมาคม อำเภอบ้านไผ่ วันนั้นเขาขับมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยว ตามหลังรถผมไปพอดี จึงวิทยุแจ้งเหตุไปยังพุทธญาณสมาคม ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลเอกชน มีหน้าที่ช่วยเหลืออุบัติเหตุ อุบัติภัย ต่างๆ เขาเล่าให้ผมฟังว่า รถไปยังที่เกิดเหตุไม่ถึง 10 นาที ตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุในเวลาไร่เรี่ยกัน นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลบ้านไผ่ แต่เธอโชคร้ายกว่าผม เธอเสียชีวิตตั้งแต่กระเด็นออกจากรถยนต์ ส่วนผมหายใจรวยรินมีสัญญาณชีพว่ายังไม่เสียชีวิตเพราะม่านตา ชีพจร ยังทำงานอยู่ หมอและพยาบาลโรงพยาบาลบ้านไผ่ จึงช่วยเหลือเบื้องต้นใส่เครื่องช่วยหายใจ สายออกซิเจนแล้วนำส่ง โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ไปถึงโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เป็นช่วงที่หมอและพยาบาลเปลี่ยนเวรเช้าบ่ายพอดี เลยนอนแน่นิ่งอยู่บนรถเข็นคนไข้เฉยๆ ญาติพี่น้องและเพื่อนชาวสาธารณสุขทั้งหลาย จึงแนะนำให้ภรรยาผมส่งโรงพยาบาลเอกชนที่คิดว่าดีที่สุด



เข้าชม : 643
 
 
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  จังหวัดขอนแก่น
174 หมู่ 17 ถนนดรุณสำราญ ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น  โทรศัพท์ 0-4322-4973  โทรสาร  0-4322-5242 
E-Mail :
red_devils2521@hotmail.com, red.devils2521@gmail.com
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   สำนักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น   Version 2.05