[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 

 

ฝันเห็นยมบาลอีกแล้ว

                ตอนที่ผมกลับมาพักฟื้นอยู่บ้าน และปัญหาต่างๆมันรุมเร้าประดังประเดเข้ามาสารพัด ผมกลุ้มใจมากและอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไป เคยคิดจะฆ่าตัวตายหนีปัญหาหลายครั้ง คืนหนึ่งก่อนนอนก็ไหว้พระสวดมนต์ เพราะสถานการณ์เช่นนั้น ไม่มีอะไรดีเท่าทำใจให้สงบ ที่พึ่งทางใจก็คือไหว้พระสวดมนต์ ไหว้พระแล้วก็อธิษฐานว่า คืนนี้ขอให้เป็นคนสุดท้าย ถ้าข้าพเจ้านอนหลับแล้วก็ขอให้นอนหลับตายไปเลย อย่าได้ตื่นขึ้นมารับรู้ปัญหาต่างๆ อีก

                คืนนั้นจำได้ว่า เป็นคืนเดือนมีนาคม ๒๕๔๐ อากาศหนาวเย็นมาก ขณะที่ผมกำลังหลับเคลิ้มๆ ก็ฝันว่าท่านยมบาลที่ผมเห็นตอนสลบไปนั้น มาปรากฏร่างขึ้น มีรัศมีสีทองรอบตัว เสียงก้องกังวานมีอำนาจเหมือนเดิม พร้อมกับชี้หน้าผมแล้วตวาดว่า

                มึงจะตายไม่ได้ มึงยังไม่ได้ทำในสิ่งที่รับปากกับกูไว้

                ในฝันนั้นผมกลัวจนตัวสั่นงันงก พนมมือปากก็สั่นพูดไม่เป็นศัพท์ ครับ ครับ ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา ไหว้พระสวดมนต์อีกรอบและในตอนเช้าผมก็ให้ภรรยาพาผมไปทำบุญกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรที่วัด เพราะตอนนี้ผมยังช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องเป็นภาระแก่คนรอบข้าง นานๆทีผมจะฝันเห็นท่านยมบาลสักครั้ง มาชี้หน้าแล้วก็พูดเหมือนเดิม ผมจะพูดเรื่องนรกสวรรค์ให้ใครฟัง ก็ไม่กล้าพูดแล้ว ชาวบ้านชาวเมืองก็จะหาว่าผมบ้า ผมเพี้ยน ผมจึงค่อยๆพูดกับคนเฒ่าคนแก่ที่เข้าวัดฟังธรรมว่า ท่านเชื่อเรื่องนรก เรื่องสวรรค์มั้ย ว่ามันมีจริง เชื่อเรื่องโลกหน้ามั้ย กุศลผลบุญแห่งคุณงามความดีที่เราทำในชาตินี้ จะเห็นผลในชาติหน้า เวลาเราไปทำบุญที่วัด เรามักจะเอาข้าว และกับข้าวไปวัด โดยลืมเอาน้ำไปด้วย ไม่ได้ทำบุญด้วยน้ำ ผมสลบไป ๖ – ๗ วัน ผมกระหายน้ำมาก ไปขอใครเขาดื่มก็ไม่ได้ ท่านอย่าลืมเอาน้ำไปทำบุญด้วย คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย จากที่ผมเล่ามีคนสนใจมากพอสมควร และก็บอกกันในหมู่คนสนิทกันจะเชื่อหรือไม่ ไม่เป็นไร เพราะเราได้ทำในสิ่งที่เรารับปากกับท่านพยายมไว้แล้ว

                ในฐานะที่ผมเป็นนักวิชาการสาธารณสุข จะพูดอะไรให้คนฟังต้องมีหลักฐาน มีที่มาที่ไป สิ่งที่ผมได้ไปพบไปเห็นมา มันพิสูจน์ไม่ได้ เพราะผมไปเห็นคนเดียว ผมจึงค้นคว้าตามหนังสือธรรมะ เช่น กฎแห่งกรรมธรรมะปฏิบัติ ตายแล้วฟื้น ของพันเอกเสนาะ จินตรัตน์ และที่จุดประกายให้ผมกล้าพูดในสิ่งที่ประสบพบเห็นมา คือ การได้รับฟัง การบรรยายพิเศษเรื่อง เวียนว่ายตายเกิด ของ ศาสตราจารย์นายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครมาบรรยายพิเศษ ที่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านเหล่านี้เชื่อและได้ศึกษาในเรื่องจิตวิญญาณ ชีวิตหลังความตายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่ใช่เรื่องงมงาย มีหลักฐานเป็นตัวบุคคล ที่ยังมีชีวิตอยู่ และสามารถระลึกชาติได้ว่า ชาติที่แล้วตนเองเป็นใคร บ้านอยู่ไหน เมื่อผมแน่ใจว่า มีหลายๆคน เป็นผู้มีความรู้การศึกษาสูงกว่าผม ได้ศึกษาเรื่องแบบนี้ และกล้าพูดแบบเปิดเผยตัว ผมค่อยมีกำลังใจและกล้าที่จะพูดเรื่องที่ประสบพบเห็นมา วันหนึ่งผมได้มีโอกาสสนทนากับอาจารย์โรงเรียนกัลยาณวัตร อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ท่านเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ท่านเป็นคนเล่าก่อน ผมเป็นคนนั่งฟัง เรื่องที่ท่านเล่ามาคล้ายๆกับที่ผมไปประสบพบเห็นมา ผมเลยขอโอกาสเล่าให้ท่านฟังบ้าง อาจารย์ท่านนั้นสนใจ อยากเชิญไปเล่าให้นักเรียนที่ปฏิบัติธรรมช่วงปิดภาคเรียนฟังบ้าง ผมบอกว่ายินดีครับ แต่เมื่อผมพูดจบแล้วอย่าหาว่าผมบ้าหรือผมเพี้ยนนะครับ แล้วผมก็ได้รับเชิญไปบรรยายให้ผู้ปฏิบัติธรรมฟัง ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวัน อำเภอเมืองขอนแก่น ๔ – ๕ ครั้งและผมก็ได้บวช ในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ ครบรอบการเกิดอุบัติเหตุที่วัดระหอกโพธิ์ บ้านระหอกโพธิ์ ตำบลโนนศิลา กิ่งอำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น บวชอยู่ ๑๕ วัน และได้เทศนาเรื่องที่ไปพบประสบมา ให้ญาติโยมที่ไปทำบุญที่วัดฟัง ผมได้ทำตามที่รับปากกับท่านพยายมทุกข้อแล้วผมหมดห่วงวิตกกังวลอุปสรรคปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไขได้ทั้งนั้น ถ้าเราไม่ท้อแท้และคิดฆ่าตัวตายหนีปัญหา การฆ่าตัวตายเป็นบาปอันมหันต์เมื่อฆ่าตัวตายไปแล้วต้องเวียนว่ายตายเกิดและฆ่าตัวตายอีกตั้ง ๗ ภพ ๗ ชาติ ฉะนั้นเพียงแค่คิดก็ผิดแล้ว

                เราได้เกิดมาเป็นคนก็นับว่าบุญแล้ว ถ้าเราจะสร้างคุณงามความดีเป็นการเสริมบุญบารมีของเราก็นับว่า จะได้บุญกุศลยิ่งขึ้น การทำคุณงามความดี ทำได้เมื่อเป็นมนุษย์และมีชีวิตอยู่เท่านั้น ถ้าเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นเปรต เป็นสัตว์นรก หรือแม้แต่เกิดเป็นเทวดาแล้ว ท่านจะสร้างคุณงามความดีเป็นบุญเป็นกุศลไม่ได้ ชีวิตเราเกิดมาแสนจะสั้นนัก ไม่เชื่อเราลองนึกย้อนอดีตดูสิ ตั้งแต่เราเป็นเด็กและเติบโตเป็นผู้ใหญ่มันช่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน เผลอเดี๋ยวเดียวเป็นหนุ่มแล้วเดี๋ยวเดียวก็อายุ ๕๐ ปีแล้ว ก็แก่แล้ว ก็ตายแล้ว พระพุทธองค์จึงตรัสเป็นครั้งสุดท้ายก่อนปรินิพานว่า “อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทเถิด “อย่าประมาท” “อย่าประมาท” “อย่าประมาท

..............................................



เข้าชม : 1484
 
 
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  จังหวัดขอนแก่น
174 หมู่ 17 ถนนดรุณสำราญ ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น  โทรศัพท์ 0-4322-4973  โทรสาร  0-4322-5242 
E-Mail :
red_devils2521@hotmail.com, red.devils2521@gmail.com
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   สำนักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น   Version 2.05